รวม 6 เคสกระจกรถยนต์แตก แบบนี้ประกันรถยนต์รับเคลมแน่นอน
29 สิงหาคม 2025
ผู้ชม: 5 คน

รวม 6 กรณีที่ทำให้กระจกรถยนต์แตก แบบนี้ประกันรับเคลมแน่นอน 

​กรณีที่ทำให้กระจกรถยนต์แตก
กระจกรถยนต์ไม่ใช่แค่ส่วนประกอบที่ช่วยกันลมกันฝน แต่ยังเป็นเกราะสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและโครงสร้างของรถทั้งคัน การขับขี่ในชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่อาจทำให้กระจกเสียหายได้เสมอ ตั้งแต่สะเก็ดหินเล็ก ๆ ไปจนถึงอุบัติเหตุไม่คาดฝัน หลายคนจึงอาจสงสัยว่าหากกระจกรถยนต์แตกประกันจะคุ้มครองหรือไม่ วันนี้ TIPINSURE ได้รวบรวมทุกกรณีมาให้แล้ว เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิ์และขั้นตอนการเคลมกระจกรถยนต์ได้อย่างมั่นใจ หมดกังวลทุกการเดินทาง

 

กระจกรถยนต์แตก ประกันชั้นไหนคุ้มครองบ้าง?

เมื่อพูดถึงการเคลมกระจกรถยนต์หลายคนมักนึกถึงประกันชั้น 1 ซึ่งเป็นประเภทประกันที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด ไม่ว่ากระจกจะเสียหายจากอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี หรือไม่มีคู่กรณี เช่น หินดีดใส่ กิ่งไม้หล่นทับ ก็สามารถแจ้งเคลมได้ตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตามสำหรับประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่น เช่น ประกันชั้น 2+ และ ประกันชั้น 3+ จะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของเรา (รวมถึงกระจก) เฉพาะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบรถชนรถและต้องสามารถระบุคู่กรณีได้เท่านั้น ดังนั้น การเลือกประเภทประกันให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การขับขี่จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

 

รวมกรณีที่สามารถเคลมกระจกรถยนต์จากประกันได้

ข่าวดีสำหรับผู้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 คือมีหลายสถานการณ์ที่ทำให้กระจกรถยนต์แตกและสามารถแจ้งเคลมประกันได้ทันที โดยส่วนใหญ่แล้วกรณีเหล่านี้จะไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก อีกด้วย

1. อุบัติเหตุรถชน (มีคู่กรณีชัดเจน)

นี่คือกรณีพื้นฐานที่สุดและชัดเจนที่สุดในการเคลมประกัน หากรถของคุณเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับยานพาหนะอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ด้วยกัน หรือรถจักรยานยนต์ จนเป็นเหตุให้กระจกรถยนต์เสียหายหรือแตก คุณสามารถแจ้งเคลมกับบริษัทประกันได้ทันที โดยประกันจะรับผิดชอบค่าเสียหายตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

2. หินหรือวัตถุดีดใส่ขณะขับขี่

เป็นเหตุการณ์ที่พบบ่อยมากบนท้องถนน โดยเฉพาะเมื่อขับตามหลังรถบรรทุก หรือขับผ่านเส้นทางที่กำลังก่อสร้าง แล้วมีหิน กรวด หรือเศษวัสดุต่าง ๆ กระเด็นมาโดนกระจกจนเกิดรอยร้าวหรือแตก กรณีนี้แม้จะไม่มีคู่กรณี แต่ผู้ที่มีประกันชั้น 1 สามารถเคลมกระจกรถยนต์ได้ วิธีการแจ้งเคลมคือ ต้องระบุวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้บริษัทประกันดำเนินการตรวจสอบและอนุมัติการเคลมได้อย่างรวดเร็ว

3. ถูกเฉี่ยวชนแล้วหนี (แต่มีหลักฐาน)

การถูกชนแล้วหนีเป็นสถานการณ์ที่น่าปวดหัว แต่หากความเสียหายนั้นส่งผลให้กระจกรถยนต์แตก คุณยังสามารถเคลมประกันได้ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องมีหลักฐาน ที่สามารถระบุคู่กรณีได้ เช่น ภาพจากกล้องหน้ารถที่บันทึกเหตุการณ์และหมายเลขทะเบียนของคู่กรณีได้อย่างชัดเจน หรือมีพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์พร้อมให้การยืนยัน หลักฐานเหล่านี้จะช่วยให้การเคลมกระจกรถยนต์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

4. กิ่งไม้หรือวัตถุตกใส่รถ

อุบัติเหตุประเภทนี้เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถไว้ใต้ต้นไม้แล้วกิ่งไม้เกิดหักหล่นลงมาใส่ หรือจอดรถใกล้อาคารที่กำลังก่อสร้างแล้วมีวัตถุตกหล่นใส่จนกระจกเสียหาย กรณีเช่นนี้ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองเช่นกัน เพราะถือเป็นอุบัติเหตุจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

5. ภัยธรรมชาติ

สำหรับความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น พายุพัดสิ่งของต่าง ๆ ปลิวมากระแทกรถ, ลูกเห็บตกใส่กระจกจนแตกร้าว หรือน้ำท่วมจนสร้างความเสียหาย กรณีเหล่านี้โดยทั่วไปแล้วประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครอง แต่ทั้งนี้ควรตรวจสอบรายละเอียดในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ของคุณอีกครั้ง เนื่องจากบางแผนประกันอาจมีเงื่อนไขความคุ้มครองภัยธรรมชาติที่แตกต่างกันไป

6. การถูกกลั่นแกล้งหรือทุบรถ (ต้องมีหลักฐาน)

หากรถของคุณตกเป็นเป้าหมายของการถูกทุบทำลายจากผู้ไม่หวังดีจนกระจกแตกเสียหาย ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สามารถเคลมกระจกรถยนต์ได้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ คุณต้องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน และนำใบแจ้งความนั้นมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการเคลมประกัน ซึ่งจะช่วยยืนยันว่าความเสียหายไม่ได้เกิดจากเจตนาของคุณเอง

กรณีไหนบ้างที่ประกันไม่รับเคลมกระจกรถยนต์

กรณีไหนบ้างที่ประกันไม่รับเคลม หรือไม่เข้าเงื่อนไข

แม้ว่าประกันชั้น 1 จะคุ้มครองอย่างครอบคลุม แต่ก็มีบางกรณีที่อยู่นอกเหนือเงื่อนไขความคุ้มครอง หรืออาจทำให้คุณต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วน การทำความเข้าใจข้อยกเว้นเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนได้ดียิ่งขึ้น

ตัวอย่างเคสที่ประกันไม่รับเคลม

มีความเสียหายบางประเภทที่ประกันภัยมองว่าไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เป็นการเสื่อมสภาพหรือการกระทำที่ผิดเงื่อนไข ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะไม่สามารถเบิกเคลมได้ ดังนี้

  • การเสื่อมสภาพตามการใช้งาน รอยขีดข่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการปัดน้ำฝน, คราบน้ำที่ฝังแน่น, หรือซีลยางขอบกระจกที่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการบำรุงรักษาตามปกติที่เจ้าของรถต้องดูแลเอง ไม่สามารถใช้สิทธิ์เคลมกระจกรถยนต์ได้
  • การติดตั้งฟิล์มกรองแสงที่ผิดกฎหมาย หากคุณติดตั้งฟิล์มกรองแสงที่มีความเข้มเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (แสงต้องส่องผ่านได้ไม่น้อยกว่า 40%) และหากพิสูจน์ได้ว่าฟิล์มที่ทัศนวิสัยไม่ดีนั้นเป็นสาเหตุที่นำไปสู่อุบัติเหตุ บริษัทประกันอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
  • ความเสียหายที่เกิดขึ้นนอกระยะเวลาคุ้มครอง เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่สุด หากกระจกรถยนต์แตกในช่วงเวลาที่กรมธรรม์ประกันรถยนต์ของคุณหมดอายุไปแล้ว ก็จะไม่สามารถเบิกเคลมได้อย่างแน่นอน

ตัวอย่างเคสที่อาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess)

ในบางสถานการณ์ แม้จะสามารถเคลมประกันได้ แต่คุณอาจต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งที่เรียกว่าค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ซึ่งมักเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่สามารถระบุที่มาของความเสียหายได้อย่างชัดเจน

  • ไม่สามารถระบุสาเหตุที่มาของความเสียหายได้ กรณีนี้มักเรียกว่า การเคลมแห้ง เช่น คุณแจ้งเคลมกระจกรถยนต์ว่ามีรอยร้าว แต่ไม่สามารถระบุได้เลยว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน หรือจากสาเหตุอะไร ในสถานการณ์เช่นนี้ บริษัทประกันอาจพิจารณาให้คุณต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • ความเสียหายจากการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม หากกระจกรถเกิดการแตกร้าวในระหว่างหรือหลังจากการติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น การติดตั้งกล้องหน้ารถ หรือเครื่อง GPS ที่ต้องมีการเดินสายไฟหรือยึดติดกับกระจก ประกันอาจมองว่าความเสียหายนั้นเกิดจากขั้นตอนการติดตั้ง ไม่ใช่อุบัติเหตุจากภายนอก ซึ่งอาจทำให้ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกหรือในบางกรณีอาจไม่สามารถเคลมได้เลย

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเคลมกระจกรถยนต์

เคลมกระจกทำให้เสียประวัติขับดีหรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว การเคลมกระจกรถยนต์ที่ไม่มีคู่กรณี เช่น กรณีหินดีดใส่ ถือเป็นการเคลมที่ไม่มีฝ่ายผิด แม้จะเป็นการเคลมที่ไม่มีคู่กรณี (No-Fault Claim) ก็จะถูกบันทึกไว้ในประวัติและ มีผลต่อการพิจารณาส่วนลดประวัติดี ในปีต่ออายุประกัน ซึ่งบริษัทประกันจะไม่ได้ตัดสินจากเคสนี้เพียงเคสเดียว แต่จะนำไปพิจารณาร่วมกับประวัติการเคลมอื่นๆ ที่เป็นฝ่ายผิดในปีเดียวกัน เพื่อตัดสินใจว่าจะมีการปรับส่วนลดประวัติดีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเคลมจากอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิด ก็จะถูกนับเป็นประวัติการเคลมตามปกติ

ประกันคุ้มครองฟิล์มกรองแสงด้วยหรือไม่?

ในกรณีที่ต้องเปลี่ยนกระจกบานใหม่ บริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าฟิล์มกรองแสงให้ด้วย โดยจะชดเชยให้ตามมาตรฐานของฟิล์มที่ติดตั้งมาจากโรงงานหรือศูนย์บริการ หากคุณติดตั้งฟิล์มที่มีราคาสูงเป็นพิเศษ อาจต้องจ่ายส่วนต่างเอง หรือตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์ว่ามีความคุ้มครองอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมไว้หรือไม่

ซ่อมกับเปลี่ยนกระจก แบบไหนดีกว่ากัน?

หากกระจกมีรอยร้าวหรือแตกเป็นจุดเล็ก ๆ (ขนาดไม่เกินเหรียญสิบ) และไม่ได้อยู่ในตำแหน่งบดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ การซ่อมแซมอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่หากรอยแตกร้าวมีขนาดใหญ่ เป็นเส้นยาว หรืออยู่ในตำแหน่งสำคัญ การเปลี่ยนกระจกบานใหม่คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่

สรุปการเคลมกระจกรถยนต์

สรุปบทความ

การที่กระจกรถยนต์แตกเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่สร้างความกังวลให้ผู้ใช้รถทุกคน การทำความเข้าใจเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์และใช้สิทธิ์ในการเคลมกระจกรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง การมีประกันรถยนต์จาก TIPINSURE ติดรถไว้ ก็เปรียบเสมือนมีผู้ช่วยที่คอยดูแลอยู่เคียงข้างคุณ ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาและอำนวยความสะดวกเมื่อภัยมา ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันรูปแบบไหน ก็มั่นใจได้ว่ามีเราพร้อมดูแล ให้ทุกการเดินทางของคุณสบายใจไร้กังวล

#Tag: