ยางแตกกลางทางทำอย่างไร เปิดวิธีเอาตัวรอดและขั้นตอนเคลมประกัน
เสียงระเบิดดังปัง! พร้อมกับรถที่เริ่มเสียการควบคุม เป็นหนึ่งในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่มีใครอยากเจอ เหตุการณ์ยางแตกขณะขับขี่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้หากไม่รู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะการมีสติและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณผ่านไปได้อย่างปลอดภัย วันนี้ TIPINSURE ได้รวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่วิธีเอาตัวรอดเฉพาะหน้าไปจนถึงเงื่อนไขการเคลมประกัน เพื่อให้คุณพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้
ขั้นตอนที่ต้องทำทันทีเมื่อยางแตกขณะขับรถ
เมื่อรถยางแตก สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติให้มั่น อย่าตื่นตระหนกตกใจ เพราะอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ การควบคุมสถานการณ์อย่างใจเย็นตามขั้นตอนต่อไปนี้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับคุณและเพื่อนร่วมทางได้อย่างมหาศาล
- จับพวงมาลัยให้มั่นคงทั้งสองมือ เมื่อยางแตก รถจะเสียสมดุลและเริ่มดึงไปทางด้านที่ยางระเบิดทันที ให้ใช้มือทั้งสองข้างจับพวงมาลัยให้แน่นและมั่นคงที่สุดในตำแหน่ง 10 และ 2 นาฬิกา เพื่อฝืนแรงดึงและพยายามควบคุมทิศทางของรถให้ตรงไปข้างหน้า
- ค่อย ๆ ถอนคันเร่ง ห้ามเหยียบเบรกทันที สัญชาตญาณแรกอาจบอกให้คุณเหยียบเบรก แต่การเบรกกะทันหันตอนยางแตกจะยิ่งทำให้รถเสียการควบคุมและอาจหมุนได้ ให้ค่อย ๆ ยกเท้าออกจากคันเร่งเพื่อปล่อยให้รถชะลอความเร็วลงด้วยแรงเฉื่อยของตัวเอง จะเป็นการลดความเร็วที่ปลอดภัยที่สุด
- ควบคุมทิศทางรถให้อยู่ในเลน ในระหว่างที่รถกำลังชะลอตัว พยายามประคองพวงมาลัยเพื่อรักษารถให้อยู่ในช่องจราจรเดิมให้ได้มากที่สุด การเปลี่ยนเลนกะทันหันอาจเป็นอันตรายต่อรถคันอื่นที่ขับตามมา
- เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เมื่อควบคุมรถได้นิ่งขึ้นแล้ว ให้รีบเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน (ไฟผ่าหมาก) ทันที เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รถคันข้างหลังทราบว่ารถของคุณกำลังมีปัญหาและใช้ความระมัดระวัง
- ประคองรถเข้าจอดในที่ปลอดภัยริมทาง มองหาพื้นที่ปลอดภัยบริเวณไหล่ทางด้านซ้าย หรือจุดพักรถที่เหมาะสม เมื่อความเร็วลดลงจนสามารถควบคุมได้แล้ว ค่อย ๆ ประคองรถเข้าจอดชิดขอบทางให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการจอดในที่ลาดชันหรือทางโค้งที่บดบังทัศนวิสัย
- นำป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสงมาวาง หลังจากจอดรถสนิทและดับเครื่องยนต์แล้ว ให้นำป้ายสามเหลี่ยมฉุกเฉินที่ติดมากับรถ ไปวางไว้ด้านหลังรถ ห่างออกไปประมาณ 50-100 เมตร เพื่อให้รถที่ขับตามมาสามารถมองเห็นและชะลอความเร็วได้ทันเวลา เป็นการป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
- โทรแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือ เมื่อจัดการทุกอย่างเพื่อความปลอดภัยแล้ว ให้โทรขอความช่วยเหลือจากบริษัทประกันภัย หรือเบอร์โทรฉุกเฉินต่าง ๆ ซึ่งพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ตำรวจทางหลวง 1193
- กรมทางหลวง 1586
- การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 1543
- จส.100 1137
- สวพ.91 1644
ยางแตก ประกันรับเคลมไหม? เช็กความคุ้มครองแต่ละประเภท
อีกหนึ่งคำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ กรณีรถยางแตกแบบนี้ ประกันภัยรถยนต์ที่ทำไว้จะให้ความคุ้มครองหรือไม่ คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับประเภทของประกันและสาเหตุของการยางแตก ซึ่งแต่ละกรมธรรม์มีเงื่อนไขแตกต่างกันไป
ประกันชั้น 1 คุ้มครองครอบคลุมที่สุด
สำหรับผู้ที่ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ถือว่าอุ่นใจได้มากที่สุด เพราะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์จากอุบัติเหตุทุกกรณี รวมถึงกรณียางแตกด้วย ไม่ว่าจะเกิดจากการขับไปเหยียบของมีคม การตกหลุมอย่างรุนแรง โดยบริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าเสียหายของยางและส่วนอื่น ๆ ของรถที่ได้รับผลกระทบตามเงื่อนไขในกรมธรรม์
ประกันชั้น 2+ และ 3+ คุ้มครองกรณียางแตกจากอุบัติเหตุ (รถชนรถ)
ประกันภัยชั้น 2+ และประกันภัยชั้น 3+ จะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของเราเฉพาะกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบ "มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก" เท่านั้น หมายความว่า หากรถยางแตกเพราะไปเฉี่ยวชนกับรถคันอื่น ประกันจะรับเคลมค่าเสียหายให้ แต่ถ้ายางแตกจากการเหยียบตะปูหรือเสื่อมสภาพเอง ประกันประเภทนี้จะไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเรา
เอกสารและขั้นตอนการแจ้งเคลมประกันกรณียางแตก
เมื่อต้องการแจ้งเคลมประกันจากเหตุยางแตก ควรเตรียมเอกสารและข้อมูลให้พร้อมเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ
- โทรแจ้งบริษัทประกันทันที แจ้งเลขทะเบียนรถ เลขกรมธรรม์ และเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
- ถ่ายรูปเก็บหลักฐาน ถ่ายรูปความเสียหายของยาง, สภาพถนน, และบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุให้ชัดเจน
- เตรียมเอกสารสำคัญ
- สำเนาใบขับขี่
- สำเนาทะเบียนรถ
- สำเนากรมธรรม์ประกันภัย
- สำเนาบัตรประชาชน
5 สาเหตุหลักที่ทำให้เสี่ยงยางแตกหรือระเบิดได้
การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข การทราบถึงสาเหตุที่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ยางแตก จะช่วยให้เราใส่ใจดูแลรักษารถยนต์ได้ดียิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงในการเดินทางได้อย่างมาก ลองมาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง
- ลมยางอ่อนหรือแข็งเกินไป ลมยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้แก้มยางเกิดการบิดตัวและเสียดสีกับพื้นถนนจนเกิดความร้อนสะสมสูง ส่วนลมยางที่แข็งเกินไปจะขาดความยืดหยุ่น เมื่อเจอแรงกระแทกอาจทำให้ระเบิดได้ง่าย ทั้งสองกรณีคือสาเหตุหลักของการยางแตก
- ยางหมดอายุการใช้งาน โดยทั่วไปยางรถยนต์มีอายุการใช้งานประมาณ 5 ปี หรือระยะทาง 50,000 กิโลเมตร เมื่อยางเสื่อมสภาพ เนื้อยางจะแข็งกระด้าง ดอกยางสึกจนโล้น และอาจมีรอยแตกลายงาที่แก้มยาง ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่เสี่ยงต่อการยางแตกอย่างยิ่ง
- บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่ยางกำหนด ยางแต่ละเส้นมีขีดจำกัดในการรับน้ำหนัก (Load Index) การบรรทุกของหรือผู้โดยสารเกินพิกัด จะสร้างแรงกดมหาศาลให้กับโครงสร้างยาง ทำให้เกิดความร้อนสูงและเสี่ยงต่อการระเบิดได้
- ขับรถด้วยความเร็วสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน การขับรถเร็ว ๆ เป็นเวลานาน โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนจัด จะทำให้ยางเสียดสีกับพื้นถนนจนเกิดความร้อนสะสมสูงมาก หากสภาพยางไม่สมบูรณ์พอ อาจทนความร้อนและแรงดันที่เพิ่มขึ้นไม่ไหวจนนำไปสู่การยางแตกได้
- การขับขี่ พฤติกรรมการขับขี่ก็มีส่วนสำคัญ การขับรถไปเหยียบของมีคม ตกหลุมอย่างรุนแรง หรือเบียดขอบทางเท้าบ่อย ๆ ล้วนเป็นการทำลายโครงสร้างภายในของยางให้เสียหายและอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รถยางแตกได้ในที่สุด
วิธีตรวจสอบสภาพยางเบื้องต้นด้วยตัวเอง
การสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อตรวจเช็กสภาพยางเป็นประจำ คือวิธีป้องกันปัญหายางแตกที่ดีที่สุด คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางของคุณจะปลอดภัยตลอดเส้นทาง
การเช็กความลึกของดอกยาง (สะพานยาง)
ดอกยางมีความสำคัญต่อการยึดเกาะถนนและการรีดน้ำ ให้สังเกต "สะพานยาง" ซึ่งเป็นตุ่มเล็ก ๆ ที่อยู่ในร่องดอกยาง หากหน้ายางสึกจนเรียบเสมอกับสะพานยางแล้ว แสดงว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนยางเส้นใหม่โดยด่วน เพราะประสิทธิภาพในการเกาะถนนลดลงอย่างมากและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
การเช็กแรงดันลมยางที่เหมาะสม
ควรเช็กลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง และเติมลมให้ได้ตามค่ามาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีสติกเกอร์บอกไว้บริเวณเสาข้างประตูฝั่งคนขับ การรักษาแรงดันลมยางให้เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของยางและป้องกันปัญหายางแตกได้เป็นอย่างดี
การสังเกตความผิดปกติบนแก้มยางและหน้ายาง
หมั่นเดินสำรวจรอบ ๆ ยางทั้งสี่เส้น มองหาร่องรอยความผิดปกติ เช่น รอยบาด รอยปริแตก หรืออาการยางบวมปูดผิดรูปที่บริเวณแก้มยางหรือหน้ายาง หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบนำรถเข้าไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทันที เพราะเป็นสัญญาณว่าโครงสร้างภายในของยางอาจเสียหายและเสี่ยงต่อการยางแตกสูง
สรุปบทความ
อุบัติเหตุยางแตกเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่การเตรียมความพร้อมรับมือคือสิ่งที่ดีที่สุด การมีสติและทำตามขั้นตอนความปลอดภัยที่แนะนำ จะช่วยให้คุณผ่านสถานการณ์ฉุกเฉินไปได้ และที่สำคัญคือการหมั่นดูแลรักษาสภาพยางอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง สุดท้ายนี้ การมีประกันรถยนต์ที่ครอบคลุมจาก TIPINSURE ติดรถไว้ จะช่วยคุ้มครองคุณได้ในยามเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพื่อช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา อำนวยความสะดวกให้คุณได้เมื่อภัยมา ไม่ว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงแค่ไหน ก็พร้อมดูแลเคียงข้างคุณ