รถจมน้ำระดับไหนซ่อมได้ ระดับไหนประกันคืนทุน? สรุปเกณฑ์ชดเชยที่เจ้าของรถต้องรู้

4 คนประกันภัย
รถจมน้ำระดับไหนซ่อมได้ ระดับไหนประกันคืนทุน? สรุปเกณฑ์ชดเชยที่เจ้าของรถต้องรู้

น้ำเพิ่งลด เปิดประตูรถมาเจอคราบโคลนสูงเกือบถึงพวงมาลัย คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาคือ คันนี้ยังซ่อมได้ไหม หรือประกันจะคืนเงินทั้งก้อน? ตอนนี้คนไทยหลายแสนครอบครัวกำลังเจอคำถามเดียวกัน

ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อเช้าวันที่ 3 ต.ค. 2569 ระบุว่ายังมีน้ำท่วมใน 26 จังหวัดรวมกรุงเทพฯ กระทบประชาชนราว 1.17 ล้านครัวเรือน รถจำนวนมากจอดจมน้ำอยู่ในหมู่บ้านและคอนโด

ข่าวดีคือ คปภ. มีเกณฑ์กลางให้บริษัทประกันใช้ประเมินอยู่แล้ว TIPINSURE จะพาไล่ทีละระดับว่าน้ำสูงแค่ไหนยังซ่อม สูงแค่ไหนถึงจะได้คืนทุน พร้อมสิ่งที่ ห้ามพลาด ก่อนแจ้งเคลม เพราะทำผิดขั้นตอนเดียว อาจทำให้เสียหายหนักกว่าเดิม

สรุป ซ่อมต่อ หรือ คืนทุนประกัน วัดกันที่ตรงไหน?

เพื่อให้เข้าใจภาพรวมง่ายที่สุด ทางบริษัทประกันภัยจะแบ่งการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีน้ำท่วมออกเป็น 2 รูปแบบหลัก

  1. การชดเชยความเสียหายบางส่วน (Partial Loss) : ประกันดูแลค่าซ่อม ค่าแรง และเปลี่ยนอะไหล่ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยค่าซ่อมรวมประเมินแล้ว ไม่เกิน 70% ของทุนประกัน
  2. การชดเชยความเสียหายสิ้นเชิง หรือ คืนทุนประกัน (Total Loss) : รถได้รับความเสียหายหนักจนซ่อมแล้วไม่ปลอดภัย หรือค่าซ่อมประเมินแล้ว พุ่งสูงเกิน 70-80% ของทุนประกัน บริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้เต็ม 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ซากรถให้บริษัทประกัน

รถน้ำท่วม 5 ระดับตามเกณฑ์ คปภ. ระดับไหนซ่อมได้ ค่าซ่อมเท่าไร?

สำนักงาน คปภ. กำหนดแนวปฏิบัติมาตรฐานการซ่อมรถที่เสียหายจากน้ำท่วม แบ่งตามความสูงของน้ำในห้องโดยสาร เป็น 5 ระดับ

ระดับน้ำท่วมถึงค่าซ่อมประมาณ (บาท)ผลลัพธ์ที่มักเกิด
Aพรมพื้นรถ8,000–10,000ซ่อม
Bเบาะนั่ง15,000–20,000ซ่อม
Cส่วนล่างของคอนโซลหน้า25,000–30,000ซ่อม
Dส่วนบนของคอนโซลหน้า30,000 ขึ้นไปซ่อม หรือพิจารณา Total Loss หากค่าซ่อมสูงมาก
Eจมน้ำทั้งคันพิจารณาตามกรมธรรม์มักเข้าข่ายคืนทุนประกัน

ทำไมคอนโซล คือเส้นแบ่งความเสียหาย

ใต้คอนโซลหน้ามีกล่องควบคุมเครื่องยนต์ (ECU) สายไฟหลัก และระบบไฟฟ้าอีกหลายส่วน พอน้ำเริ่มแตะระดับนี้ ความเสียหายจะกระโดดจากทำความสะอาดและเปลี่ยนพรมไปเป็นไล่เช็กระบบไฟฟ้าทั้งคัน นี่คือเหตุผลที่ค่าซ่อมระดับ C กับ D พุ่งขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบกับระดับ A

  • ตัวเลขในตารางเป็นค่าประมาณ บริษัทจะจ่ายตามความเสียหายจริงและเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ใช่เงินก้อนตายตัว
  • รถรุ่นเดียวกัน ระดับเดียวกัน อาจได้ค่าซ่อมต่างกัน ขึ้นกับระยะเวลาที่แช่น้ำ ความสกปรกของน้ำ และอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยน

รถ EV จมน้ำ ใช้เกณฑ์เดียวกันไหม?

ไม่เหมือนกัน ในการประชุมระหว่าง คปภ. กับบริษัทประกันเมื่อ 28 ก.ย. 2569 มีการแยกแนวทางประเมินรถสันดาปกับรถไฟฟ้าออกจากกัน

  • รถสันดาป : ใช้เกณฑ์ 5 ระดับ A–E ประกอบการพิจารณา
  • รถ EV : ต้องตรวจแบตเตอรี่ควบคู่กับตัวรถ หากแบตเตอรี่ฟื้นฟูให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยไม่ได้ จะนำมาพิจารณาว่าเข้าข่าย Total Loss หรือไม่ โดยอิงข้อกำหนดของผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อด้วย

แปลว่า EV ที่น้ำท่วมไม่ถึงคอนโซล ก็อาจเข้าข่ายคืนทุนได้ ถ้าแบตเตอรี่เสียหายหนัก

ความลับของตัวเลข 70% เส้นแบ่ง ซ่อม กับ คืนทุน

หลายคนเข้าใจว่าต้องจมทั้งคันเท่านั้นถึงจะได้คืนทุน จริงไหม? ไม่เสมอไป ตัวตัดสินจริงๆ คือ ค่าซ่อมคุ้มไหม

สรุปง่ายๆ ประกันจ่ายแบบไหน

  • ค่าซ่อมไม่เกิน 70% ของทุนประกัน → เข้าซ่อมกับอู่หรือศูนย์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ (ส่วนใหญ่คือระดับ A–C)
  • ค่าซ่อมเกิน 70% → เข้าข่ายเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทจ่ายเต็มทุนประกัน
  • จมทั้งคัน (ระดับ E) → มักจบที่ Total Loss แต่บริษัทยังต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขกรมธรรม์

คืนทุน ได้เท่าราคารถไหม?

ได้เท่ากับทุนประกัน ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ไม่ใช่ราคาที่ซื้อมา ตรงนี้คือจุดที่คนมักพลาด

  • ประกันชั้น 1 : ทุนประกันส่วนใหญ่อิงราคารถในปัจจุบัน
  • ประกันชั้น 2 / 3 (แบบพลัส) : ทุนมักกำหนดตายตัวตั้งแต่ตอนซื้อ เช่น 100,000 หรือ 200,000 บาท

ดังนั้นก่อนต่ออายุประกันทุกปี ควรเช็กว่าทุนยังใกล้เคียงมูลค่ารถจริง

รถติดไฟแนนซ์ คืนทุนแล้วเงินไปไหน?

กรณีรถยังอยู่ระหว่างเช่าซื้อ เอกสารต้องผ่านสถาบันการเงินด้วย คปภ. จะประสานกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อลดขั้นตอนและเวลาในการจ่ายค่าสินไหม ในทางปฏิบัติ เจ้าของรถควรโทรคุยกับไฟแนนซ์ควบคู่กับบริษัทประกันตั้งแต่ต้น เพื่อรู้ว่าเงินส่วนไหนจะหักหนี้คงค้าง และส่วนไหนจะกลับมาถึงมือเรา

ประกันชั้นไหนคุ้มครองรถจมน้ำ?

ประกันชั้น 1 คุ้มครองน้ำท่วมโดยตรง ส่วนชั้นอื่นต้องดูว่าซื้อความคุ้มครองเพิ่มไว้หรือไม่

ประเภทประกันคุ้มครองน้ำท่วมไหม
ชั้น 1คุ้มครอง
ชั้น 2+ / 3+เฉพาะกรณีซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้
ชั้น 3เฉพาะกรณีซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้

ไม่แน่ใจว่ากรมธรรม์ตัวเองคุ้มครองอะไร? เช็กได้เองที่ LINE @OICCONNECT คปภ.รอบรู้ เมนูกรมธรรม์ของฉัน (My Policy) หรือโทรสายด่วน คปภ. 1186 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับลูกค้าทิพยประกันภัย สามารถเช็กรายละเอียดและความคุ้มครองได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน TIP Flash Claim, LINE Official @dhipayainsurance หรือโทรสอบถามได้ที่ TIP Call Center 1736

มาตรการพิเศษช่วงน้ำท่วม 2569 ที่ต้องรู้

จากการประชุม คปภ. กับสมาคมประกันวินาศภัยไทย เมื่อ 28 ก.ย. 2569

  • จ่ายเคลมไม่เกิน 7 วัน หากพิสูจน์ความเสียหายได้ชัดเจน รวมถึงในกรุงเทพฯ
  • เคส Total Loss บริษัทจะเตรียมเอกสารและประเมินความเสียหายควบคู่กัน เพื่อให้จ่ายได้เร็ว
  • รถยก-รถลาก เตรียมช่วยเคลื่อนย้ายรถที่เสียหายออกจากพื้นที่น้ำท่วม
  • ผ่อนผันเบี้ยประกันรถยนต์ บริษัทอาจผ่อนผันการเก็บเบี้ยได้ถึง 180 วัน (ยกเว้นรถกลุ่มที่ 1 และ 2)

รถจมน้ำแล้วต้องทำอะไร? 4 ขั้นตอนเคลมตามที่ คปภ. แนะนำ

ก่อนเริ่ม จำกฎข้อเดียวให้แม่น ห้ามสตาร์ทรถที่จมน้ำเด็ดขาด หากน้ำเข้าเครื่องยนต์แล้วบิดกุญแจ ความเสียหายอาจบานปลายจากที่ควรซ่อมได้ กลายเป็นหนักกว่าเดิม

  1. ตรวจสอบกรมธรรม์ ดูว่าเป็นชั้นไหน คุ้มครองน้ำท่วมไหม และทุนประกันเท่าไร
  2. เก็บหลักฐานให้ครบ ถ่ายรูปหรือวิดีโอรถทั้งภายนอก ภายใน ห้องเครื่อง และรอยคราบน้ำที่บอกระดับน้ำ (หลักฐานนี้คือสิ่งที่ใช้ตัดสินระดับ A–E)
  3. แจ้งบริษัทประกันโดยเร็ว เตรียมเลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน-เวลา-สถานที่ และเก็บเลขเคลม (Claim No.) ไว้ติดตามสถานะ
  4. เตรียมเอกสารเคลม ตามรายการด้านล่าง

เช็กลิสต์เอกสารเคลมรถน้ำท่วม

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนรถ
  • กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
  • ภาพถ่าย/วิดีโอความเสียหาย
  • เอกสารอื่นที่บริษัทร้องขอ (เช่น เอกสารจากไฟแนนซ์ กรณีรถติดเช่าซื้อ)

เคล็ดลับ : ถ้าไม่มีภาพตอนน้ำท่วม ให้เล่ารายละเอียดให้ครบที่สุด ทั้งระดับน้ำโดยประมาณ วันเวลา สถานที่ และอาจลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจใกล้เคียงประกอบ

FAQ คำถามที่เจ้าของรถน้ำท่วมถามบ่อย

Q : รถจมน้ำ ประกันชั้น 3 เคลมได้ไหม?

A : ได้เฉพาะกรณีที่ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้ ถ้าไม่ได้ซื้อเพิ่ม จะไม่คุ้มครองความเสียหายของตัวรถเราเอง

Q : รถน้ำท่วมถึงเบาะ ประกันจ่ายเท่าไร?

A : ตามเกณฑ์ คปภ. น้ำถึงเบาะคือระดับ B ค่าซ่อมประมาณ 15,000–20,000 บาท แต่จำนวนจริงขึ้นกับความเสียหายที่ผู้สำรวจภัยประเมิน

Q : เลือกเองได้ไหมว่าจะซ่อมหรือรับคืนทุน?

A : โดยหลักแล้วบริษัทประกันเป็นฝ่ายประเมินว่าค่าซ่อมเกินเกณฑ์ Total Loss หรือไม่ หากไม่เห็นด้วยกับผลประเมิน สามารถติดต่อกับทางบริษัทประกันภัยเพื่อทบทวนผลการพิจารณาได้ 

Q :  เคลมน้ำท่วมนานแค่ไหนกว่าจะได้เงิน?

A : ช่วงน้ำท่วมปี 2569 บริษัทประกันแจ้งต่อ คปภ. ว่าพร้อมจ่ายภายในไม่เกิน 7 วัน สำหรับกรณีที่พิสูจน์ความเสียหายได้ชัดเจน หลักฐานยิ่งครบ ยิ่งเร็ว

Q : รถจมน้ำแต่ไม่มีประกัน ทำอะไรได้บ้าง?

A : ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมเอง แต่ยังควรติดตามมาตรการเยียวยาจากภาครัฐในพื้นที่ของตัวเอง และใช้ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำหรับการเลือกประกันปีหน้า

Q : น้ำท่วมรถแล้ว ปีหน้าเบี้ยจะขึ้นไหม?

A : ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทและประวัติการเคลม ควรสอบถามบริษัทประกันโดยตรงตอนต่ออายุ

น้ำท่วมแต่ละครั้งไม่ได้สร้างแค่ความเสียหายให้ตัวรถ แต่กระทบทั้งเวลาและเงินในกระเป๋า การมีประกันที่พร้อมดูแล และจ่ายเคลมตามจริงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับคนมีรถ

หมดกังวลเรื่องน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ วางใจให้มืออาชีพดูแลด้วย ประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก ทิพยประกันภัย คุ้มครองครอบคลุมทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ อุบัติเหตุรอบด้าน พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เช็กเบี้ยประกันง่ายๆ ปรับแต่งทุนประกันได้ตามใจคุณที่  TIPINSURE.COM หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1736

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 

*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง