รถโดนชนท้ายแบบไม่ผิด ส่งเข้าศูนย์ไปแล้ว ผ่านไปหนึ่งเดือน... สองเดือน... ศูนย์ก็ยังตอบคำเดิมว่ารออะไหล่ค่ะ
ระหว่างนั้นคุณต้องเรียกแท็กซี่ไปทำงาน ต่อวินมอเตอร์ไซค์ บางคนถึงขั้นเช่ารถขับเอง เงินในกระเป๋าหายไปทุกวัน คำถามที่ตามมาก็คือ ค่าเสียเวลาแบบนี้ ใครจะรับผิดชอบ?
คำตอบสั้นๆ คือ เรียกได้ ถ้าคุณเป็นฝ่ายถูกและมีคู่กรณี แต่จะได้ครบทุกวันที่รอหรือเปล่า นั่นคือจุดที่หลายคนพลาด TIPINSURE จะพาไล่ให้ครบ ตั้งแต่สิทธิ์ตามกฎหมาย ไปจนถึงอัตราขั้นต่ำที่ คปภ. กำหนด
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ เงินชดเชยที่ผู้เสียหายเรียกได้ในช่วงที่รถใช้งานไม่ได้เพราะต้องซ่อมจากอุบัติเหตุ ที่อีกฝ่ายเป็นคนผิด เช่น ค่าแท็กซี่ ค่ารถสาธารณะ ค่าเช่ารถทดแทน หรือรายได้ที่หายไปถ้าใช้รถทำมาหากิน
สิทธิ์นี้ไม่ได้เป็นของแถมจากบริษัทประกัน แต่มีฐานมาจากกฎหมายเรื่องละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ที่ให้ผู้ทำละเมิดต้องชดใช้ความเสียหาย และมาตรา 438 ที่ระบุว่าค่าสินไหมทดแทนรวมถึงค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดด้วย การที่คุณไม่มีรถใช้จึงถือเป็นความเสียหายอย่างหนึ่งที่เรียกร้องได้
ซ่อมห้างนานหลายเดือน เรียกค่าขาดประโยชน์ได้ไหม? ดูเงื่อนไขก่อน
จะเรียกได้หรือไม่ได้ ไม่ได้ขึ้นกับว่าซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ แต่ขึ้นกับ ใครเป็นฝ่ายผิด เป็นหลัก
กรณีที่เรียกได้
- คุณเป็นฝ่ายถูก และมีคู่กรณีชัดเจน เรียกจากบริษัทประกันภาคสมัครใจของคู่กรณี (ประกันชั้น 1, 2+, 3+, 2, 3 ที่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก)
- คู่กรณีไม่มีประกันภาคสมัครใจ เรียกจากผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถคู่กรณีโดยตรง (ประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน)
กรณีที่มักเรียกไม่ได้
- ไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสาไฟ ตกหลุม ประกันชั้น 1 ของคุณจะจ่ายค่าซ่อมรถให้ แต่โดยทั่วไปไม่จ่ายค่าขาดประโยชน์
- คุณเป็นฝ่ายผิดเอง ประกันของคุณจะดูแลค่าซ่อมรถคุณ (ถ้าเป็นชั้น 1) และจ่ายค่าเสียหายให้คู่กรณี แต่ไม่จ่ายค่าขาดประโยชน์ให้ตัวคุณ
ข้อควรเช็ก: กรมธรรม์บางแผนอาจมีความคุ้มครองเสริมเรื่องค่าเดินทางหรือรถทดแทนระหว่างซ่อม ให้เปิดดูหน้าตารางกรมธรรม์ของตัวเองก่อนสรุปว่าไม่ได้อะไรเลย
ได้วันละเท่าไหร่? อัตราขั้นต่ำตามเกณฑ์ คปภ.
เดิมทีการจ่ายค่าขาดประโยชน์ขึ้นกับดุลยพินิจของบริษัทประกัน ทำให้มีเรื่องร้องเรียนว่าจ่ายน้อยหรือไม่ยอมจ่าย คปภ. จึงกำหนดอัตราขั้นต่ำ มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2562 โดยใช้กับกรณีที่ประกันภาคสมัครใจของฝ่ายผิดต้องชดใช้ให้บุคคลภายนอก
| ประเภทรถ | อัตราขั้นต่ำต่อวัน |
| รถยนต์ส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง | ไม่น้อยกว่า 500 บาท |
| รถยนต์รับจ้างสาธารณะ ไม่เกิน 7 ที่นั่ง | ไม่น้อยกว่า 700 บาท |
| รถยนต์เกิน 7 ที่นั่ง | ไม่น้อยกว่า 1,000 บาท |
| รถประเภทอื่น เช่น จักรยานยนต์ | ตามหลักฐานและการตกลงเป็นรายกรณี |
จริงไหม? ซ่อมนานเท่าไหร่ ประกันก็ต้องจ่ายครบทุกวัน
นี่คือความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุด ในทางปฏิบัติ บริษัทประกันจะพิจารณา ระยะเวลาซ่อมที่สมเหตุสมผล ไม่ได้จ่ายตามจำนวนวันที่รถจอดอยู่ศูนย์เสมอไป
เรื่องที่มักกลายเป็นข้อพิพาท เช่น
- รถจอดรอคิวก่อนเริ่มซ่อม หลายบริษัทนับวันตั้งแต่รถเข้าซ่อมจริงจนซ่อมเสร็จ ไม่ใช่วันที่จอดทิ้งไว้เฉยๆ
- รออะไหล่นานผิดปกติ ประกันอาจเห็นว่างานแบบเดียวกันควรเสร็จเร็วกว่านี้ แล้วเสนอจ่ายแค่บางส่วน
- คุณมารับรถช้าหลังซ่อมเสร็จ วันที่เกินมาตรงนี้มักไม่ถูกนับ
ความลับที่ควรรู้ ตอนนี้มีเกณฑ์กลางนับวันซ่อมแล้ว
เมื่อ 12 ธันวาคม 2568 สมาคมประกันวินาศภัยไทยร่วมกับบริษัทประกัน 32 แห่ง ลงนามบันทึกข้อตกลง กรอบระยะเวลาการจัดซ่อมรถยนต์ระหว่างบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อการชดใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เพื่อให้ทุกบริษัทใช้มาตรฐานเดียวกันในการประเมินจำนวนวัน โดยพิจารณาจาก 3 อย่าง คือ
- ลักษณะงานซ่อม
- จำนวนชิ้นงานที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยน
- จำนวนวันซ่อมตามจริง
แปลง่ายๆ คือ ข้อเท็จจริงเรื่องงานซ่อมของรถคุณยิ่งชัด ยิ่งมีน้ำหนักตอนต่อรอง ถ้าศูนย์ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าต้องรออะไหล่นำเข้าจริง คุณก็มีหลักฐานว่าความล่าช้าไม่ได้เกิดจากคุณ
เอกสารประกอบการพิจารณาเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ
เพื่อให้การเรียกร้องค่าสินไหมชดเชยเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ถูกปฏิเสธหรือตัดลดวัน การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด โดยแบ่งออกเป็นเอกสารหลักและหลักฐานสนับสนุน ดังนี้
1. เอกสารยืนยันสิทธิ์และความเสียหายทางกฎหมาย
- ต้นฉบับหรือสำเนาใบรับรองความเสียหาย (ใบเคลม) : เอกสารที่ระบุชัดเจนว่าคุณเป็นฝ่ายถูก และมีข้อมูลคู่กรณีถูกต้อง
- สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ : เพื่อยืนยันสถานะความเป็นเจ้าของรถและประเภทรถ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน : ของเจ้าของรถ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเอง) : พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ (หรือสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล ในกรณีที่เป็นรถในนามบริษัท)
- สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร (Bookbank) : ของเจ้าของรถ เพื่อใช้สำหรับการโอนเงินชดเชยค่าสินไหม
2. หลักฐานยืนยันระยะเวลาการซ่อมจริง
- สำเนาใบนำรถเข้าจัดซ่อม (ใบรับรถเข้าศูนย์/อู่) : เอกสารที่มีการระบุวันที่นำรถเข้าซ่อมจริงอย่างชัดเจน
- สำเนาใบรับรถส่งมอบ (วันซ่อมเสร็จ) : ใบเสร็จรับเงิน หรือใบส่งมอบรถที่ระบุวันที่รับรถกลับคืนอย่างเป็นทางการ
- รายการอะไหล่และใบเสนอราคาซ่อม : รายละเอียดรายการอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยน/ซ่อมจริง เพื่อใช้เทียบเคียงกับ "กรอบระยะเวลาการจัดซ่อมมาตรฐาน" ของสมาคมประกันวินาศภัยไทย
- หนังสือชี้แจงจากศูนย์บริการ (กรณีซ่อมล่าช้าเกินปกติ) : เช่น เอกสารยืนยันการรออะไหล่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยและไม่ได้เกิดจากความล่าช้าของผู้เสียหาย
3. หลักฐานค่าใช้จ่ายจริงเพิ่มเติม (กรณีต้องการเรียกชดเชยสูงกว่าขั้นต่ำ)
- ใบเสร็จค่าใช้จ่ายในการเดินทาง : เช่น ใบเสร็จค่าเช่ารถทดแทน, ใบเสร็จค่าแท็กซี่ หรือประวัติการเรียกใช้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน
- หลักฐานแสดงรายได้ที่สูญเสียไป : สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ในการประกอบอาชีพ เช่น สเตทเมนต์, หนังสือรับรองรายได้ หรือหลักฐานการรับงาน เพื่อประกอบการเจรจาขอรับค่าชดเชยตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
FAQ คำถามที่คนรอซ่อมรถถามบ่อย
Q : ซ่อมศูนย์นานเพราะรออะไหล่ ประกันต้องจ่ายครบทุกวันไหม?
A : ไม่แน่เสมอไป ประกันจะดูระยะเวลาซ่อมที่สมเหตุสมผลประกอบ ถ้ามีหนังสือจากศูนย์ยืนยันว่าล่าช้าเพราะอะไหล่จริง จะช่วยให้ต่อรองได้ดีขึ้นมาก
Q : ค่าขาดประโยชน์ได้วันละเท่าไหร่?
A : รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท รถรับจ้างสาธารณะไม่เกิน 7 ที่นั่ง ไม่น้อยกว่า 700 บาท รถเกิน 7 ที่นั่ง ไม่น้อยกว่า 1,000 บาท และขอเกินได้ถ้ามีหลักฐาน
Q : ไม่มีคู่กรณี มีแค่ประกันชั้น 1 ของตัวเอง ได้ค่าขาดประโยชน์ไหม?
A : โดยทั่วไปไม่ได้ ประกันชั้น 1 จะจ่ายค่าซ่อมรถของคุณ แต่ค่าขาดประโยชน์เป็นสิทธิ์ที่เรียกจากฝ่ายผิด ยกเว้นกรมธรรม์ของคุณมีความคุ้มครองเสริมเรื่องนี้
Q : คู่กรณีไม่มีประกันภาคสมัครใจ ทำอย่างไร?
A : เรียกจากผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถคู่กรณีโดยตรง เพราะ พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน
อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว นอกจากจะต้องเสียเวลาและเสียสุขภาพจิต การมีประกันภัยรถยนต์ที่ดูแลรอบด้านและคอยเป็นที่ปรึกษาให้คุณได้อย่างอุ่นใจคือสิ่งสำคัญที่สุด
สำหรับใครที่กำลังมองหาความคุ้มครองที่ครอบคลุม หมดกังวลเรื่องการเคลมและการดูแล แนะนำ ประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก ทิพยประกันภัย ที่ให้ความคุ้มครองครบครัน ทั้งอุบัติเหตุ น้ำท่วม หรือไฟไหม้ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง ดูแผนและรายละเอียดความคุ้มครองได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1736
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด