ซ่อมห้างนานหลายเดือน ขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ไหม

5 คนประกันภัย
ซ่อมห้างนานหลายเดือน ขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ไหม

รถโดนชนท้ายแบบไม่ผิด ส่งเข้าศูนย์ไปแล้ว ผ่านไปหนึ่งเดือน... สองเดือน... ศูนย์ก็ยังตอบคำเดิมว่ารออะไหล่ค่ะ

ระหว่างนั้นคุณต้องเรียกแท็กซี่ไปทำงาน ต่อวินมอเตอร์ไซค์ บางคนถึงขั้นเช่ารถขับเอง เงินในกระเป๋าหายไปทุกวัน คำถามที่ตามมาก็คือ ค่าเสียเวลาแบบนี้ ใครจะรับผิดชอบ?

คำตอบสั้นๆ คือ เรียกได้ ถ้าคุณเป็นฝ่ายถูกและมีคู่กรณี แต่จะได้ครบทุกวันที่รอหรือเปล่า นั่นคือจุดที่หลายคนพลาด TIPINSURE จะพาไล่ให้ครบ ตั้งแต่สิทธิ์ตามกฎหมาย ไปจนถึงอัตราขั้นต่ำที่ คปภ. กำหนด 

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ เงินชดเชยที่ผู้เสียหายเรียกได้ในช่วงที่รถใช้งานไม่ได้เพราะต้องซ่อมจากอุบัติเหตุ ที่อีกฝ่ายเป็นคนผิด เช่น ค่าแท็กซี่ ค่ารถสาธารณะ ค่าเช่ารถทดแทน หรือรายได้ที่หายไปถ้าใช้รถทำมาหากิน

สิทธิ์นี้ไม่ได้เป็นของแถมจากบริษัทประกัน แต่มีฐานมาจากกฎหมายเรื่องละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ที่ให้ผู้ทำละเมิดต้องชดใช้ความเสียหาย และมาตรา 438 ที่ระบุว่าค่าสินไหมทดแทนรวมถึงค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดด้วย การที่คุณไม่มีรถใช้จึงถือเป็นความเสียหายอย่างหนึ่งที่เรียกร้องได้

ซ่อมห้างนานหลายเดือน เรียกค่าขาดประโยชน์ได้ไหม? ดูเงื่อนไขก่อน

จะเรียกได้หรือไม่ได้ ไม่ได้ขึ้นกับว่าซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ แต่ขึ้นกับ ใครเป็นฝ่ายผิด เป็นหลัก

กรณีที่เรียกได้

  • คุณเป็นฝ่ายถูก และมีคู่กรณีชัดเจน เรียกจากบริษัทประกันภาคสมัครใจของคู่กรณี (ประกันชั้น 1, 2+, 3+, 2, 3 ที่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก)
  • คู่กรณีไม่มีประกันภาคสมัครใจ เรียกจากผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถคู่กรณีโดยตรง (ประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน)

กรณีที่มักเรียกไม่ได้

  • ไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสาไฟ ตกหลุม ประกันชั้น 1 ของคุณจะจ่ายค่าซ่อมรถให้ แต่โดยทั่วไปไม่จ่ายค่าขาดประโยชน์
  • คุณเป็นฝ่ายผิดเอง ประกันของคุณจะดูแลค่าซ่อมรถคุณ (ถ้าเป็นชั้น 1) และจ่ายค่าเสียหายให้คู่กรณี แต่ไม่จ่ายค่าขาดประโยชน์ให้ตัวคุณ

ข้อควรเช็ก: กรมธรรม์บางแผนอาจมีความคุ้มครองเสริมเรื่องค่าเดินทางหรือรถทดแทนระหว่างซ่อม ให้เปิดดูหน้าตารางกรมธรรม์ของตัวเองก่อนสรุปว่าไม่ได้อะไรเลย

ได้วันละเท่าไหร่? อัตราขั้นต่ำตามเกณฑ์ คปภ.

เดิมทีการจ่ายค่าขาดประโยชน์ขึ้นกับดุลยพินิจของบริษัทประกัน ทำให้มีเรื่องร้องเรียนว่าจ่ายน้อยหรือไม่ยอมจ่าย คปภ. จึงกำหนดอัตราขั้นต่ำ มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2562 โดยใช้กับกรณีที่ประกันภาคสมัครใจของฝ่ายผิดต้องชดใช้ให้บุคคลภายนอก

ประเภทรถอัตราขั้นต่ำต่อวัน
รถยนต์ส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่งไม่น้อยกว่า 500 บาท
รถยนต์รับจ้างสาธารณะ ไม่เกิน 7 ที่นั่งไม่น้อยกว่า 700 บาท
รถยนต์เกิน 7 ที่นั่งไม่น้อยกว่า 1,000 บาท
รถประเภทอื่น เช่น จักรยานยนต์ตามหลักฐานและการตกลงเป็นรายกรณี

จริงไหม? ซ่อมนานเท่าไหร่ ประกันก็ต้องจ่ายครบทุกวัน

นี่คือความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุด ในทางปฏิบัติ บริษัทประกันจะพิจารณา ระยะเวลาซ่อมที่สมเหตุสมผล ไม่ได้จ่ายตามจำนวนวันที่รถจอดอยู่ศูนย์เสมอไป

เรื่องที่มักกลายเป็นข้อพิพาท เช่น

  • รถจอดรอคิวก่อนเริ่มซ่อม หลายบริษัทนับวันตั้งแต่รถเข้าซ่อมจริงจนซ่อมเสร็จ ไม่ใช่วันที่จอดทิ้งไว้เฉยๆ
  • รออะไหล่นานผิดปกติ ประกันอาจเห็นว่างานแบบเดียวกันควรเสร็จเร็วกว่านี้ แล้วเสนอจ่ายแค่บางส่วน
  • คุณมารับรถช้าหลังซ่อมเสร็จ วันที่เกินมาตรงนี้มักไม่ถูกนับ

ความลับที่ควรรู้ ตอนนี้มีเกณฑ์กลางนับวันซ่อมแล้ว

เมื่อ 12 ธันวาคม 2568 สมาคมประกันวินาศภัยไทยร่วมกับบริษัทประกัน 32 แห่ง ลงนามบันทึกข้อตกลง กรอบระยะเวลาการจัดซ่อมรถยนต์ระหว่างบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อการชดใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เพื่อให้ทุกบริษัทใช้มาตรฐานเดียวกันในการประเมินจำนวนวัน โดยพิจารณาจาก 3 อย่าง คือ

  1. ลักษณะงานซ่อม
  2. จำนวนชิ้นงานที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยน
  3. จำนวนวันซ่อมตามจริง

แปลง่ายๆ คือ ข้อเท็จจริงเรื่องงานซ่อมของรถคุณยิ่งชัด ยิ่งมีน้ำหนักตอนต่อรอง ถ้าศูนย์ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าต้องรออะไหล่นำเข้าจริง คุณก็มีหลักฐานว่าความล่าช้าไม่ได้เกิดจากคุณ

เอกสารประกอบการพิจารณาเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

เพื่อให้การเรียกร้องค่าสินไหมชดเชยเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ถูกปฏิเสธหรือตัดลดวัน การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด โดยแบ่งออกเป็นเอกสารหลักและหลักฐานสนับสนุน ดังนี้

1. เอกสารยืนยันสิทธิ์และความเสียหายทางกฎหมาย

  • ต้นฉบับหรือสำเนาใบรับรองความเสียหาย (ใบเคลม) : เอกสารที่ระบุชัดเจนว่าคุณเป็นฝ่ายถูก และมีข้อมูลคู่กรณีถูกต้อง
  • สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ : เพื่อยืนยันสถานะความเป็นเจ้าของรถและประเภทรถ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน : ของเจ้าของรถ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเอง) : พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ (หรือสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล ในกรณีที่เป็นรถในนามบริษัท)
  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร (Bookbank) : ของเจ้าของรถ เพื่อใช้สำหรับการโอนเงินชดเชยค่าสินไหม

2. หลักฐานยืนยันระยะเวลาการซ่อมจริง

  • สำเนาใบนำรถเข้าจัดซ่อม (ใบรับรถเข้าศูนย์/อู่) : เอกสารที่มีการระบุวันที่นำรถเข้าซ่อมจริงอย่างชัดเจน
  • สำเนาใบรับรถส่งมอบ (วันซ่อมเสร็จ) : ใบเสร็จรับเงิน หรือใบส่งมอบรถที่ระบุวันที่รับรถกลับคืนอย่างเป็นทางการ
  • รายการอะไหล่และใบเสนอราคาซ่อม : รายละเอียดรายการอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยน/ซ่อมจริง เพื่อใช้เทียบเคียงกับ "กรอบระยะเวลาการจัดซ่อมมาตรฐาน" ของสมาคมประกันวินาศภัยไทย
  • หนังสือชี้แจงจากศูนย์บริการ (กรณีซ่อมล่าช้าเกินปกติ) : เช่น เอกสารยืนยันการรออะไหล่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยและไม่ได้เกิดจากความล่าช้าของผู้เสียหาย

3. หลักฐานค่าใช้จ่ายจริงเพิ่มเติม (กรณีต้องการเรียกชดเชยสูงกว่าขั้นต่ำ)

  • ใบเสร็จค่าใช้จ่ายในการเดินทาง : เช่น ใบเสร็จค่าเช่ารถทดแทน, ใบเสร็จค่าแท็กซี่ หรือประวัติการเรียกใช้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน
  • หลักฐานแสดงรายได้ที่สูญเสียไป : สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ในการประกอบอาชีพ เช่น สเตทเมนต์, หนังสือรับรองรายได้ หรือหลักฐานการรับงาน เพื่อประกอบการเจรจาขอรับค่าชดเชยตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

FAQ คำถามที่คนรอซ่อมรถถามบ่อย

Q : ซ่อมศูนย์นานเพราะรออะไหล่ ประกันต้องจ่ายครบทุกวันไหม?

A : ไม่แน่เสมอไป ประกันจะดูระยะเวลาซ่อมที่สมเหตุสมผลประกอบ ถ้ามีหนังสือจากศูนย์ยืนยันว่าล่าช้าเพราะอะไหล่จริง จะช่วยให้ต่อรองได้ดีขึ้นมาก

Q : ค่าขาดประโยชน์ได้วันละเท่าไหร่?

A : รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท รถรับจ้างสาธารณะไม่เกิน 7 ที่นั่ง ไม่น้อยกว่า 700 บาท รถเกิน 7 ที่นั่ง ไม่น้อยกว่า 1,000 บาท และขอเกินได้ถ้ามีหลักฐาน

Q : ไม่มีคู่กรณี มีแค่ประกันชั้น 1 ของตัวเอง ได้ค่าขาดประโยชน์ไหม?

A : โดยทั่วไปไม่ได้ ประกันชั้น 1 จะจ่ายค่าซ่อมรถของคุณ แต่ค่าขาดประโยชน์เป็นสิทธิ์ที่เรียกจากฝ่ายผิด ยกเว้นกรมธรรม์ของคุณมีความคุ้มครองเสริมเรื่องนี้

Q : คู่กรณีไม่มีประกันภาคสมัครใจ ทำอย่างไร?

A : เรียกจากผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถคู่กรณีโดยตรง เพราะ พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน

อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว นอกจากจะต้องเสียเวลาและเสียสุขภาพจิต การมีประกันภัยรถยนต์ที่ดูแลรอบด้านและคอยเป็นที่ปรึกษาให้คุณได้อย่างอุ่นใจคือสิ่งสำคัญที่สุด

สำหรับใครที่กำลังมองหาความคุ้มครองที่ครอบคลุม หมดกังวลเรื่องการเคลมและการดูแล แนะนำ ประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก ทิพยประกันภัย ที่ให้ความคุ้มครองครบครัน ทั้งอุบัติเหตุ น้ำท่วม หรือไฟไหม้ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง ดูแผนและรายละเอียดความคุ้มครองได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1736

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 

บทความที่เกี่ยวข้อง