เบี้ยประกันรถยนต์ ถูก แพง ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอะไร?

3,488 คนประกันภัย
เบี้ยประกันรถยนต์ ถูก แพง ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอะไร?

เบี้ยประกันรถยนต์ ถูก แพง ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอะไร?

จะเลือกซื้อประกันรถยนต์ แต่เอ๊ะ! ทำไมตัวเลือกมีหลายแบบ ราคาก็ต่างกัน ทั้งที่ประกันภัยรถยนต์ของบริษัทเดียวกัน รถยี่ห้อเดียวกัน แต่ทำไมคนหนึ่งจ่ายในราคาต่ำกว่า อีกคนถึงจ่ายแพงกว่า แต่ถ้าหากเราเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อค่าเบี้ยประกันรถยนต์ จะทำให้ตัดสินใจเลือกซื้อประกันได้เหมาะสม และราคาที่คุ้มค่ามาก
 

1. อายุผู้ทำประกัน 

อายุและประสบการณ์ของผู้ขับขี่มีผลต่อการตัดสินใจและการควบคุมรถ จากสถิติคนที่อายุมากกว่ามักจะมีพฤติกรรมขับขี่ที่ดี เสี่ยงต่ออุบัติเหตุน้อยกว่าคนที่อายุน้อย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ บริษัทประกันภัยจะเสนอเบี้ยประกันภัยรถยนต์ราคาสูงให้กับคนที่อายุน้อยที่เพิ่งได้รับใบอนุญาตขับขี่ไม่นาน เมื่อเทียบกับคนที่มีอายุมากกว่าซึ่งมีประสบการณ์การขับขี่รถยนต์มานานหลายปี สรุปคือเบี้ยประกันภัยรถยนต์จะถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับอายุและประสบการณ์การขับขี่ของผู้เอาประกันรถยนต์นั่นเอง
 

2. ประเภทของรถยนต์

รถยนต์รุ่นที่มีอะไหล่หาง่าย ราคาถูก ซ่อมง่าย ราคาเบี้ยประกันก็จะถูกกว่ารถยนต์รุ่นที่มีอะไหล่แพง หรือที่ต้องหายาก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยในเรื่องของยี่ห้อ รุ่นรถ ปีที่ผลิต และราคารถยนต์ ข้อมูลการเคลมค่าสินไหมทดแทนของลูกค้า ก็มีส่วนในการพิจารณาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ด้วยเหมือนกัน
 
รถยนต์ที่มีสถิติความเสี่ยงหายบ่อย ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นใหม่ที่มีราคาแพง หรือรถใหม่ป้ายแดงมักจะมีความเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายในการถูกโจรกรรมทำให้มีเบี้ยประกันภัยในราคาที่สูงขึ้น แตกต่างจากรถรุ่นเก่าจะมีราคาเบี้ยที่ถูกลงไปเรื่อยๆ รวมถึงทุนประกันก็จะลดลงไปทุกปี ตามค่าความเสื่อมของรถยนต์นั่นเอง แต่ถ้ารถยนต์ของคุณมีความมั่นใจว่าสถานที่จอดรถมีความปลอดภัย ยากต่อการถูกโจรกรรม ก็ลองหาประกันที่ไม่ครอบคลุมกรณีรถหายก็จะลดค่าเบี้ยประกันที่ไม่จำเป็นไปได้อีก
 

3. ประวัติการขับขี่รถยนต์

อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ถูกนำมาพิจารณาในการคำนวณอัตราเบี้ยประกันรถยนต์ หากคุณมีประวัติการเคลมหรือประวัติการเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่อยู่บ่อยครั้ง บริษัทประกันภัยจะมองว่าคุณมีความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้มาก ก็อาจจะทำให้คุณต้องเสียค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในราคาที่สูง และหากยังเกิดอุบัติเหตุในรูปแบบเดิมๆ อยู่หลายครั้ง การคิดคำนวณอัตราเบี้ยประกันจะสูงตามขึ้นไปอีก และบางบริษัทอาจถึงขั้นไม่รับรถยนต์คันนี้เลย 
 
แต่ในทางกลับกันหากคุณมีประวัติการขับรถดี  ไม่มีการเรียกเคลมประกันรถยนต์เลย หรือมีการเคลมแต่ความเสียหายไม่มากตามเกณฑ์กำหนด คุณจะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์เมื่อต่ออายุกรมธรรม์ในปีถัดไป นอกจากนี้หากปีต่อไปคุณต้องการทำประกันภัยรถยนต์กับบริษัทใหม่ก็สามารถใช้ส่วนลดประวัติการขับขี่ดีจากบริษัทเดิมยื่นเพื่อขอส่วนลดได้ด้วยเช่นกัน
 

4. ระบุชื่อผู้ขับ

การทำประกันภัยรถยนต์ด้วยการระบุชื่อผู้ขับขี่ เหมาะกับรถที่มีผู้ขับคนเดียว หรือใช้รถคนคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันถูกลงมากทีเดียว เพราะทางบริษัทประกันภัยจะแน่ใจได้ว่ารถยนต์คันเอาประกันมีผู้ขับขี่เพียงคนเดียว ส่งผลให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุนั้นลดน้อยลง และบริษัทจะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดโดยผู้ที่ระบุชื่อเอาไว้เท่านั้น จึงทำให้ค่าเบี้ยประกันถูกลงได้อีกประมาณ 5 - 20%
 

5. ทุนประกัน และความคุ้มครองในกรมธรรม์

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่เป็นตัวกำหนดค่าเบี้ยประกันภัยที่ไม่เหมือนกัน คือวงเงินคุ้มครองที่คุณซื้อไว้มีมากน้อยแค่ไหน หากบริษัทประกันต้องครอบคลุมค่าเสียหายสูง ก็จะต้องคิดค่าเบี้ยประกันที่สูงตามไปด้วย แน่นอนว่าหากคุณต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุม และมีทุนประกันที่สูงถึง 70 – 80% ของมูลค่าประเมินของรถยนต์ ค่าเบี้ยประกันที่จะต้องจ่ายในแต่ละปีนั้นก็จะสูงขึ้น
 
ประกันภัยรถยนต์เป็นเรื่องที่ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจ ใช่แค่เห็นเบี้ยประกันถูกแล้วซื้อ เพราะนั้นอาจหมายถึงค่าส่วนต่างที่คุณต้องจ่ายเพิ่มเติมเอง แทนที่จะได้จ่ายเบี้ยประหยัดลงกลับจ่ายแพงขึ้นไปอีก TIPINSURE เรามีบริการให้คำปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ หรือ ประกันรถยนต์ชั้น 3 ก็สามารถเลือกแผนความคุ้มครองให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคุณได้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร 1736
 

บทความที่เกี่ยวข้อง