เดินลุยน้ำกลับบ้านเมื่อวาน วันนี้ยังสบายดี...แปลว่ารอดแล้วใช่ไหม?
คำตอบคือ ยังไม่แน่ เพราะโรคหลายตัวที่มากับน้ำท่วมมีระยะฟักตัว เชื้อเข้าไปแล้วยังไม่ออกอาการ กว่าจะรู้ตัวก็ผ่านไปเป็นสัปดาห์ และหลายคนไม่ได้โยงว่าไข้ที่ขึ้นตอนนั้นเกี่ยวกับน้ำท่วม
มาดูกันว่า 5 โรคเงียบที่คุณต้องระวังเป็นพิเศษมีอะไรบ้าง และอาการแบบไหนที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด
ทำไมโรคที่มากับน้ำท่วมถึงเป็น ภัยเงียบ?
น้ำท่วมขังไม่ใช่แค่น้ำฝน แต่เป็นน้ำที่ไหลผ่านท่อระบายน้ำ ขยะ ซากสัตว์ ปัสสาวะสัตว์ และดินโคลน รวมกันเป็นซุปเชื้อโรคชั้นดี
สิ่งที่ทำให้มัน เงียบ มี 3 อย่าง
- ระยะฟักตัวนาน บางโรคใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะมีอาการ
- อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด ไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อย ทำให้คนชะล่าใจ ซื้อยากินเอง
- เชื้อเข้าทางที่เรามองไม่เห็น ไม่ใช่แค่แผลเปิด แต่รวมถึงรอยถลอกเล็กๆ ผิวที่แช่น้ำจนเปื่อย และเยื่อบุตา จมูก ปาก
5 โรคเงียบที่มากับน้ำท่วม ต้องรู้ก่อนลุยน้ำ
1. โรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรสิส) ตัวอันตรายอันดับหนึ่ง
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Leptospira ที่ปนอยู่ในปัสสาวะของสัตว์ ไม่ใช่แค่หนู แต่รวมถึงสุนัข วัว ควาย หมู แพะ เชื้อเข้าร่างกายผ่านบาดแผล ผิวหนังที่แช่น้ำจนนุ่ม หรือทางตา จมูก ปาก
ใครเสี่ยงสุด : กรมควบคุมโรคระบุว่า การแช่น้ำตั้งแต่ประมาณ 3 ชั่วโมงขึ้นไป หรือมีแผลและรอยถลอก จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อ ข้อมูลปี 2569 พบผู้ป่วยมากในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และอาชีพเกษตรกรรม
อาการ : มักเริ่มภายใน 5–14 วัน แต่อาจนานถึง 30 วันหลังสัมผัสเชื้อ
- ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ
- ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะ น่อง โคนขา และหลัง (จุดสังเกตสำคัญ)
- ตาแดง คลื่นไส้ อาเจียน
สัญญาณอันตราย ต้องไปโรงพยาบาลทันที : หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะออกน้อย เพราะอาจเกิดไตวาย ตับวาย หรือเลือดออกในปอดได้
จริงไหม? ซื้อยาป้องกันฉี่หนูกินเองได้ ไม่ควร กรมควบคุมโรคย้ำว่ายาป้องกัน (Doxycycline) ต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายคน และ ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด ยานี้ยังมีข้อห้ามในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี ถ้าแพทย์สั่งให้กิน ต้องดื่มน้ำตามเยอะๆ และห้ามนอนราบอย่างน้อย 30 นาที
2. โรคไข้ดิน (เมลิออยโดสิส) — เงียบที่สุด แต่ไม่ควรมองข้าม
หลายคนไม่เคยได้ยินชื่อนี้ แต่ตัวเลขปี 2569 น่าตกใจ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 12 ส.ค. 2569 พบผู้ป่วยสะสม 1,937 ราย เสียชีวิต 91 ราย
เชื้อแบคทีเรียตัวนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำ เข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางบาดแผล การหายใจเอาฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่มีเชื้อ ช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วมจึงเพิ่มโอกาสสัมผัส ทั้งตอนลุยน้ำและตอนทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด
อาการ : ไม่มีลักษณะเฉพาะ อาจเริ่มจากไข้ธรรมดา ฝี หรืออาการคล้ายปอดอักเสบ จึงวินิจฉัยยาก
สังเกตตัวเอง
- มีไข้ต่อเนื่องหลายวันไม่หาย
- มีฝีหรือแผลอักเสบที่ไม่ยอมหาย
- ไอ หอบ เหนื่อยง่าย
คนที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวาน ควรระวังเป็นพิเศษ และถ้ามีไข้หลังสัมผัสดินหรือน้ำ อย่าลืมบอกแพทย์ด้วย
3. ท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ มาเร็ว แต่อันตรายกว่าที่คิด
น้ำท่วมพัดพาสิ่งปฏิกูลและขยะไปปนเปื้อนน้ำดื่ม วัตถุดิบ จาน ชาม และอุปกรณ์ครัว แค่ใช้แก้วที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาดก็ป่วยได้
อาการ : ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้
ดูแลเบื้องต้น : จิบสารละลายเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อกันขาดน้ำ
ต้องรีบไปหาหมอถ้า :
- ถ่ายหรืออาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้
- ไข้สูง ถ่ายเป็นมูกหรือมีเลือดปน
- ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะ อ่อนเพลียมาก ซึมลง
เด็กเล็กและผู้สูงอายุขาดน้ำได้เร็วกว่าที่คิด อย่ารอให้อาการหนัก
4. โรคผิวหนังและน้ำกัดเท้า
การแช่น้ำนานทำให้ผิวเปื่อยและระคายเคือง เริ่มจากคัน ผื่นแดง แล้วกลายเป็นแผลพุพอง หนังลอก
ที่ต้องระวังคือ ผิวที่เปื่อยและแผลจากการเกาคือทางเข้าของเชื้อฉี่หนูและเชื้ออื่นๆ โรคผิวหนังเลยไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่หลายคนคิด
วิธีดูแล :
- ขึ้นจากน้ำแล้วล้างเท้าด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที
- เช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้วเท้า
- ถ้าผื่นหรือแผลไม่ดีขึ้น มีหนอง หรือบวมแดงลาม ให้พบแพทย์
5. ตาอักเสบ (ตาแดง) ติดง่าย ระบาดเร็ว
น้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา หรือใช้มือที่ไม่สะอาดขยี้ตา ก็ติดเชื้อได้แล้ว
อาการ : ตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล มีขี้ตา หรือตาพร่ามัว
ป้องกัน:
- ถ้าน้ำกระเด็นเข้าตา ให้ล้างหน้าและตาด้วยน้ำสะอาดทันที
- ล้างมือบ่อยๆ ห้ามขยี้ตา
- ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับคนอื่น
นอกจาก 5 โรคนี้ ห้ามพลาดอีก 2 เรื่อง
- โรคที่มียุงเป็นพาหะ หลังน้ำลด แอ่งน้ำขังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ถ้ามีไข้ติดกัน 2 วัน มีผื่น ปวดข้อ หรือกินยาลดไข้แล้วไม่ลง ให้รีบพบแพทย์ และ ห้ามกินยากลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน
- โรคทางเดินหายใจ ความชื้น ฝุ่นโคลน และการอยู่รวมกันในศูนย์พักพิง เพิ่มความเสี่ยงไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ ถ้าไอ จาม ให้ใส่หน้ากากอนามัย
และอย่าลืม 3 ภัยใกล้ตัวที่กรมควบคุมโรคเตือน ได้แก่ จมน้ำ ไฟดูด และสัตว์มีพิษหนีน้ำ เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง ก่อนหยิบของหรือใส่รองเท้า ให้ส่องไฟดูก่อนทุกครั้ง
ลุยน้ำแล้ว อาการแบบไหนต้องสงสัยโรคอะไร
| อาการที่เจอ | โรคที่ต้องสงสัย | ทำอย่างไร |
| ไข้สูง ปวดน่อง ตาแดง | โรคฉี่หนู | พบแพทย์ทันที แจ้งประวัติลุยน้ำ |
| ไข้ไม่หายหลายวัน มีฝี ไอหอบ | โรคไข้ดิน | พบแพทย์ แจ้งประวัติสัมผัสดิน/น้ำ |
| ถ่ายเหลว อาเจียน | ท้องร่วง/อาหารเป็นพิษ | จิบ ORS ถ้าอาการหนักรีบไป รพ. |
| คัน ผื่น ผิวเปื่อย | โรคผิวหนัง/น้ำกัดเท้า | ล้าง เช็ดให้แห้ง ไม่ดีขึ้นพบแพทย์ |
| ตาแดง เคืองตา มีขี้ตา | ตาอักเสบ | ไม่ขยี้ตา แยกของใช้ พบแพทย์ |
วิธีป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วม ทำได้ทันที
ระหว่างน้ำท่วม
- เลี่ยงการเดินลุยหรือแช่น้ำโดยไม่จำเป็น
- ถ้าต้องลุย ใส่รองเท้าบูท และปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ
- ไม่ปล่อยให้เด็กเล่นน้ำท่วมตามลำพัง (และไม่ควรเล่นน้ำท่วมเพื่อทำคอนเทนต์)
- กินอาหารปรุงสุก ร้อน สะอาด และดื่มน้ำสะอาด
หลังสัมผัสน้ำ
- อาบน้ำ ล้างมือ ล้างเท้าด้วยสบู่ทันที แล้วเช็ดให้แห้ง
- จดวันที่ลุยน้ำไว้ เผื่อมีอาการภายใน 1 เดือน จะได้แจ้งแพทย์ได้ถูกต้อง
หลังน้ำลด ตอนทำความสะอาดบ้าน
- ใส่รองเท้าบูทและถุงมือยาง กันน้ำ ดินโคลน และของมีคม
- เก็บอาหารและน้ำดื่มให้มิดชิด จัดการขยะ ไม่ให้เป็นอาหารของหนู
- คว่ำภาชนะ กำจัดน้ำขัง ตัดวงจรยุง
สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง : เตรียมยาให้พอ เก็บในที่แห้ง ถ้ายาเปียกน้ำหรือเสียหาย อย่ากิน ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
FAQ คำถามที่คนค้นหาบ่อยเรื่องโรคหลังน้ำท่วม
Q: ลุยน้ำท่วมแล้วต้องเฝ้าระวังอาการกี่วัน?
A: อย่างน้อย 1 เดือน เพราะโรคฉี่หนูมักแสดงอาการใน 5–14 วัน แต่อาจนานถึง 30 วัน
Q: ลุยน้ำแล้วมีไข้ ควรทำอย่างไร?
A: ไปพบแพทย์และแจ้งว่าเคยลุยน้ำหรือสัมผัสน้ำท่วม ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและให้ยาปฏิชีวนะได้เร็ว ซึ่งลดความรุนแรงและโอกาสเสียชีวิตได้
Q: กินยาป้องกันฉี่หนูแล้ว ไม่ต้องกลัวแล้วใช่ไหม?
A: ไม่ใช่ ยาไม่ได้ป้องกันได้ 100% ถ้ามีไข้ ปวดน่อง หรือตาแดง ก็ยังต้องไปพบแพทย์
Q: ไม่มีแผล ลุยน้ำแล้วติดฉี่หนูได้ไหม?
A: ได้ เชื้อเข้าทางผิวที่แช่น้ำจนเปื่อย รวมถึงตา จมูก และปากได้ด้วย
Q: โรคไข้ดินกับโรคฉี่หนูต่างกันยังไง?
A: ฉี่หนูมาจากปัสสาวะสัตว์ที่ปนในน้ำ อาการเด่นคือไข้และปวดน่อง ส่วนไข้ดินมาจากเชื้อที่อยู่ในดินและน้ำ อาการไม่เฉพาะเจาะจง อาจเป็นไข้เรื้อรัง ฝี หรือปอดอักเสบ
Q: น้ำท่วมแล้วยาหมด ทำอย่างไร?
A: โทรสายด่วน 1330 ของ สปสช. เพื่อสอบถามช่องทางรับยาและบริการเทเลเมดิซีน ถ้าเป็นเหตุฉุกเฉินโทร 1669
เจ็บป่วยฉุกเฉินจากภัยธรรมชาติหรือโรคติดเชื้อที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ เตรียมพร้อมไว้ อุ่นใจกว่าในการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่าย วางแผนดูแลตัวเองและครอบครัวด้วย แผนประกันสุขภาพจาก ทิพยประกันภัย คุ้มครองครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก TIPINSURE.COM หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1736
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง