จ่ายค่าเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 ไปเป็นหมื่น ใช้ไปได้ไม่กี่เดือนก็ขายรถซะแล้ว... คำถามแรกที่นึกขึ้นมาคือ ประกันรถที่เหลืออยู่ ทำอะไรได้บ้าง จะขอเงินคืนได้ไหม หรือยกให้คนซื้อใหม่ไปเลยดี?
ขายรถก่อนประกันหมด คุณมีทางเลือกหลักอยู่ 2 ทาง คือ ยกเลิกแล้วขอเบี้ยคืน หรือโอนประกันให้คนซื้อใช้ต่อ แต่สองทางนี้ได้ผลต่างกัน และยังมีเรื่อง พ.ร.บ. ที่กฎเพิ่งเปลี่ยนเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดอยู่
ขายรถก่อนประกันหมด ทำอะไรได้บ้าง?
- ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, 2, 3) ทำได้ 2 ทาง คือ 1.ยกเลิกกรมธรรม์แล้วรับเบี้ยคืนตามตารางระยะสั้นที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ หรือ 2.ขอโอน/เปลี่ยนชื่อผู้เอาประกันภัยให้เจ้าของใหม่ โดยต้องแจ้งบริษัทประกันและได้รับความเห็นชอบ
- ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2569 การยกเลิกทำได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุตามที่กำหนด เช่น รถเลิกใช้ตามกฎหมายแล้ว หรือทำ พ.ร.บ. ซ้ำซ้อน การขายรถเฉยๆ จึงไม่ใช่เหตุที่จะยกเลิก พ.ร.บ. ได้ พ.ร.บ. จึงอยู่กับรถต่อไปจนหมดอายุ
- สิ่งที่ห้ามทำ ขายรถแล้วปล่อยประกันไว้เฉยๆ ในชื่อคนขาย เพราะเวลาเกิดเหตุ การเคลมอาจยุ่งยาก ชื่อในกรมธรรม์ไม่ตรงกับเจ้าของรถตัวจริง
ทางเลือกที่ 1 : ยกเลิกประกันรถยนต์ แล้วขอเบี้ยคืน
ได้เงินคืนจริงไหม?
ได้จริง ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเปิดให้ผู้เอาประกันบอกเลิกกรมธรรม์ได้ และบริษัทจะคืนเบี้ยส่วนที่เหลือให้ แต่ไม่ได้คืนตามสัดส่วนวันแบบหารตรงๆ เพราะจะคิดตามตารางเบี้ยประกันภัยระยะสั้น ที่ระบุอยู่ในกรมธรรม์ตามแบบที่ คปภ. กำหนด
จุดที่หลายคนไม่รู้คือ วันสิ้นสุดความคุ้มครองจะนับจากวันที่บริษัทได้รับเอกสารแจ้งยกเลิก ไม่ใช่วันที่คุณขายรถ ยิ่งช้า ยิ่งได้เงินคืนน้อยลง
ตารางคืนเบี้ยประกันระยะสั้น
เปอร์เซ็นต์ด้านล่างคิดจากเบี้ยประกันเต็มปี (รวมภาษี) และเป็นสัดส่วนที่ได้คืนตามจำนวนวันที่ใช้ความคุ้มครองไปแล้ว
| ใช้ความคุ้มครองไปแล้ว | ได้เบี้ยคืน (% ของเบี้ยเต็มปี) |
| 1–9 วัน | 72% |
| 30–39 วัน | 63% |
| 90–99 วัน | 50% |
| 120–129 วัน | 44% |
| 180–189 วัน | 30% |
| 240–249 วัน | 20% |
| 300–309 วัน | 10% |
| 350–359 วัน | 1% |
| 360–366 วัน | 0% |
ตารางนี้ใช้เพื่อประกอบความเข้าใจ ตัวเลขที่ใช้จริงให้ยึดตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ของคุณ
ตัวอย่างคำนวณ
สมมติคุณจ่ายเบี้ยประกันชั้น 1 ไป 18,000 บาท ใช้ไปครบ 180 วันแล้วยื่นยกเลิก
- ตกอยู่ช่วง 180–189 วัน = ได้คืน 30%
- เงินคืนโดยประมาณ = 18,000 × 30% = 5,400 บาท
เห็นไหมว่าใช้ไปครึ่งปี แต่ได้คืนไม่ถึงครึ่ง ทำให้หลายคนรู้สึกว่าไม่คุ้ม เพราะตารางระยะสั้นอาจจะหักค่าบริหารกรมธรรม์ไว้ด้วย
หากในช่วง 180 วันที่ผ่านมา คุณเคยแจ้งเคลมประกัน (โดยเฉพาะฝ่ายผิด) บริษัทอาจหักเงินเพิ่ม หรือบางกรณีกรมธรรม์อาจไม่สามารถเวนคืนได้
ขั้นตอนยกเลิกประกัน
- ติดต่อบริษัทประกันหรือตัวแทน/โบรกเกอร์ที่ซื้อมา แจ้งว่าต้องการยกเลิกกรมธรรม์
- กรอกแบบฟอร์มขอยกเลิก พร้อมแนบเอกสารที่บริษัทขอ ซึ่งโดยทั่วไปมักมี สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกัน หน้าตารางกรมธรรม์ สำเนาทะเบียนรถ และข้อมูลบัญชีรับเงินคืน
- ถ้ารถยังติดไฟแนนซ์ ผู้รับประโยชน์มักเป็นบริษัทไฟแนนซ์ ต้องเคลียร์กับไฟแนนซ์ก่อน
- ส่งเอกสารให้เร็วที่สุด เพราะวันที่บริษัทได้รับเอกสารคือวันคิดเงินคืน
ทางเลือกที่ 2 : โอนประกันรถยนต์ให้เจ้าของใหม่
โอนได้จริงไหม?
ได้ ภาษาทางการคือ เปลี่ยนชื่อผู้เอาประกันภัย บริษัทประกันจะออกเอกสาร สลักหลังกรมธรรม์ (เอกสารแนบท้าย) เพื่อแก้ชื่อให้เป็นเจ้าของใหม่ ความคุ้มครองที่เหลือก็ไหลต่อไปถึงวันหมดอายุตามเดิม
ข้อดี คือ ความคุ้มครองไม่ขาดช่วง คนซื้อขับออกไปได้เลยแบบอุ่นใจ และคนขายก็เอาไปเป็นจุดขายต่อรองราคาได้ เช่น ขายพร้อมประกันชั้น 1 เหลืออีก 8 เดือน
เอกสารที่มักต้องใช้
แต่ละบริษัทอาจขอไม่เหมือนกัน แต่พื้นฐานที่เจอบ่อยมีประมาณนี้
- หนังสือยินยอมโอนสิทธิ์/แบบฟอร์มขอเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ ลงชื่อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ
- สำเนาบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย
- สำเนาเล่มทะเบียนรถที่โอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อเจ้าของใหม่แล้ว
- สำเนาหน้าตารางกรมธรรม์
- ถ้ากรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ สำเนาใบขับขี่ของคนขับคนใหม่
ต้องระวังอะไรบ้าง
- กรมธรรม์ระบุชื่อผู้ขับขี่ : ต้องแจ้งเปลี่ยนชื่อผู้ขับขี่ด้วย บริษัทอาจปรับเบี้ยตามอายุและคุณสมบัติของคนขับใหม่ ถ้าไม่แจ้ง เวลาเกิดเหตุอาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเอง
- ผู้รับประโยชน์ : ถ้าเดิมระบุเป็นไฟแนนซ์ ต้องแก้ไขให้ตรงกับสถานะใหม่ของรถ
- เงินค่าประกันที่เหลือ : บริษัทประกันไม่ได้จ่ายส่วนต่างให้คนขาย เรื่องนี้ต้องตกลงกันเองระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย จะบวกไว้ในราคารถหรือแถมให้ก็ได้
สรุป : ถ้าประกันยังเหลือเกินครึ่งปี และผู้ซื้อยินดีจ่ายส่วนต่างให้ การโอนมักคุ้มกว่า เพราะคุณอาจได้เงินมากกว่าที่ตารางระยะสั้นจะคืนให้ แต่ถ้าเหลืออีกไม่กี่เดือน ส่วนต่างทั้งสองทางแทบไม่ต่างกัน เลือกทางที่สะดวกที่สุดได้เลย
พ.ร.บ. กฎใหม่ปี 2569 ที่ต้องรู้
เรื่องนี้ ห้ามพลาด เพราะข้อมูลเก่าในเน็ตจำนวนมากบอกว่า ขายรถแล้วยกเลิก พ.ร.บ. ขอเงินคืนได้ ซึ่งไม่ตรงกับกฎปัจจุบัน
สำนักงาน คปภ. ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 16/2569 และ 17/2569 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ปรับหลักเกณฑ์ พ.ร.บ. โดยมีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2569 สาระสำคัญที่เกี่ยวกับคนขายรถคือ
- ยกเลิก พ.ร.บ. ได้เฉพาะเมื่อมีเหตุและหลักฐาน เช่น รถเลิกใช้ตามกฎหมายแล้ว หรือรถคันเดียวกันทำ พ.ร.บ. ซ้ำซ้อนมากกว่า 1 ฉบับ
- ไม่มีเหตุตามที่กำหนด = ยกเลิกไม่ได้ การขายรถจึงไม่ใช่เหตุยกเลิก
- เลือกระยะเวลาคุ้มครองได้ยืดหยุ่นขึ้น ทำได้ทั้งต่ำกว่า 1 ปี และมากกว่า 1 ปีแต่ไม่เกิน 2 ปี โดยคิดเบี้ยเฉลี่ยรายวัน
- ถ้าจะใช้ต่อภาษี ความคุ้มครองต้องครอบคลุมอย่างน้อยถึงวันสิ้นอายุภาษีรถในปีถัดไป
ในทางปฏิบัติ เมื่อขายรถ พ.ร.บ. ฉบับเดิมจะอยู่กับรถต่อไปจนหมดอายุ คนขายควรส่งมอบกรมธรรม์ พ.ร.บ. ให้ผู้ซื้อพร้อมเล่มทะเบียน และแนะนำให้แจ้งบริษัทประกันเพื่ออัปเดตข้อมูลเจ้าของรถให้ถูกต้อง
ถ้าขายรถแล้วไม่ทำอะไรกับประกันเลย จะเกิดอะไรขึ้น?
เป็นกรณีที่เจอบ่อยที่สุด และเสี่ยงที่สุดด้วย
- ชื่อผู้เอาประกันยังเป็นคนขาย ในขณะที่รถเป็นของคนอื่นแล้ว เวลาเคลมอาจเจอการตรวจสอบเพิ่มหรือมีปัญหาได้
- คนขายอาจโดนติดต่อเรื่องอุบัติเหตุที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้อง
- คนขายเสียสิทธิ์ขอเบี้ยคืนไปเรื่อยๆ ทุกวันที่ปล่อยไว้
ทางที่ดีที่สุดคือ ตัดสินใจเรื่องประกันตั้งแต่วันที่ตกลงขาย และจัดการให้เสร็จในวันเดียวกับที่โอนเล่มทะเบียน
FAQ คำถามที่คนค้นบ่อยเรื่องขายรถก่อนประกันหมด
Q : ยกเลิกประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้เงินคืนเท่าไหร่?
A : ขึ้นกับจำนวนวันที่ใช้ความคุ้มครองไปแล้ว คิดตามตารางเบี้ยระยะสั้นในกรมธรรม์ เช่น ใช้ไป 180–189 วัน ได้คืนประมาณ 30% ของเบี้ยเต็มปี
Q : ยกเลิกประกันกี่วันได้เงินคืน?
A : ระยะเวลาโอนเงินคืนขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท ควรสอบถามตอนยื่นเรื่อง ส่วนการคิดเงินคืนจะนับวันที่บริษัทได้รับเอกสารแจ้งยกเลิกเป็นวันสิ้นสุดความคุ้มครอง
Q : โอนประกันให้คนซื้อ ต้องเสียค่าธรรมเนียมไหม?
A : โดยทั่วไปการสลักหลังเปลี่ยนชื่อเป็นงานบริการของบริษัท แต่ถ้ามีการเปลี่ยนผู้ขับขี่หรือข้อมูลที่กระทบความเสี่ยง บริษัทอาจปรับเบี้ยเพิ่มหรือลดได้ ควรเช็กกับบริษัทก่อน
Q : ขายรถแล้วยกเลิก พ.ร.บ. ได้ไหม?
A : ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2569 ไม่ได้ เพราะยกเลิกได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุตามที่ คปภ. กำหนด เช่น รถเลิกใช้ตามกฎหมาย หรือทำ พ.ร.บ. ซ้ำ
Q : ซื้อรถมือสองที่ประกันยังไม่หมด ใช้ต่อได้เลยไหม?
A : ควรให้คนขายยื่นเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกันภัยเป็นชื่อคุณก่อน ไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาตอนเคลม
Q : รถติดไฟแนนซ์ ยกเลิกหรือโอนประกันได้ไหม?
A : ได้ แต่บริษัทไฟแนนซ์มักเป็นผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ จึงต้องประสานกับไฟแนนซ์และบริษัทประกันให้เรียบร้อยก่อน
ขายรถคันเก่าเรียบร้อย และกำลังมองหาความคุ้มครองดีๆ ให้รถคันใหม่แบบมั่นใจได้ทุกเส้นทาง เลือกทำ ประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก ทิพยประกันภัย คุ้มครองครอบคลุม อุ่นใจด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เช็กเบี้ยและซื้อออนไลน์ง่ายๆ ได้ทันทีที่ TIPINSURE.COM หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1736
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง