เปิดประตูรั้วทิ้งไว้แค่แป๊บเดียว เจ้าตูบวิ่งออกไปงับขาคนเดินผ่าน หรือน้องแมวปีนข้ามไปข่วนโซฟาหนังของห้องข้างๆ จนเป็นรอย เรื่องแบบนี้เกิดได้กับทุกบ้าน และคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาก็คือ แล้วเราต้องจ่ายเท่าไหร่ จะโดนคดีไหม?
คำตอบ : ถ้าหมาหรือแมวของคุณทำให้คนอื่นบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย เจ้าของ (หรือคนที่รับเลี้ยงแทน) ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 เกือบทุกกรณี และถ้าปล่อยปละละเลยจนมีคนเจ็บ อาจโดนคดีอาญาด้วย ส่วนประกันสัตว์เลี้ยงที่มีความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ช่วยแบ่งเบาเงินก้อนนี้ได้
TIPINSURE จะไล่ให้ดูทีละเรื่อง ตั้งแต่กฎหมายที่คนเลี้ยงต้องรู้ เจอเหตุแล้วควรทำอะไร ไปจนถึงประกันสัตว์เลี้ยงช่วยได้จริงแค่ไหน
สัตว์เลี้ยงก่อเรื่อง เจ้าของรับผิดชอบอะไรบ้าง?
เวลาน้องไปทำใครเจ็บหรือทำของใครพัง ความรับผิดของเจ้าของแบ่งได้เป็น 2 ฝั่ง
- ความรับผิดทางแพ่ง : ต้องจ่ายค่าเสียหายให้ผู้เสียหาย เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมของ
- ความรับผิดทางอาญา : อาจโดนโทษปรับหรือจำคุก ถ้าเข้าข่ายปล่อยปละละเลย หรือประมาทจนมีคนบาดเจ็บ
สองเรื่องนี้แยกกัน หมายความว่า ต่อให้จ่ายค่าเสียหายครบแล้ว ก็ยังอาจถูกดำเนินคดีอาญาได้ และในทางกลับกัน ต่อให้คดีอาญาไม่เกิด ก็ยังต้องจ่ายค่าเสียหายอยู่ดี
ความรับผิดทางแพ่ง มาตรา 433 ที่คนเลี้ยงสัตว์ต้องรู้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 วางหลักไว้ว่า ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ เจ้าของสัตว์หรือคนที่รับเลี้ยงรับดูแลแทนเจ้าของต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
จุดที่หลายคนไม่รู้คือ กฎหมายข้อนี้ ไม่ได้ให้ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ว่าเจ้าของประมาท แต่ให้ภาระพิสูจน์ตกอยู่ที่เจ้าของเองว่าได้ดูแลอย่างดีพอแล้ว พูดง่ายๆ คือ ถ้าน้องไปกัดใคร จุดเริ่มต้นคือ เจ้าของต้องจ่ายก่อน
ใครบ้างที่ต้องรับผิด
- เจ้าของสัตว์ ไม่ว่าจะอยู่ด้วยตอนเกิดเหตุหรือไม่
- คนที่รับเลี้ยงหรือรับดูแลแทน เช่น โรงแรมสัตว์เลี้ยงที่รับฝาก คนที่รับจ้างพาหมาเดินเล่น หรือญาติที่ช่วยดูแลตอนเจ้าของไม่อยู่
ค่าเสียหายที่อาจถูกเรียก
ขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งมักรวมถึง
- ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและบาดทะยักหลังโดนกัด
- ค่าขาดรายได้ระหว่างพักรักษาตัว
- ค่าซ่อมหรือค่าทดแทนทรัพย์สิน เช่น รถเป็นรอย รองเท้าขาด ต้นไม้ในสวนพัง
- ค่ารักษาสัตว์เลี้ยงของคนอื่น กรณีน้องไปกัดหมาแมวบ้านอื่น
เมื่อไหร่เจ้าของอาจไม่ต้องรับผิด
มาตรา 433 เปิดช่องให้เจ้าของพ้นความรับผิดได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า
- ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่ชนิดและนิสัยของสัตว์นั้นแล้ว เช่น ล่ามโซ่ ปิดรั้วแน่นหนา ติดป้ายเตือน หรือ
- ความเสียหายจะเกิดขึ้นอยู่ดี ต่อให้ระมัดระวังขนาดนั้นแล้วก็ตาม
นอกจากนี้ ถ้าความเสียหายเกิดจากคนที่ไปยั่วหรือแหย่สัตว์เอง ก็อาจเป็นเหตุให้เจ้าของพ้นผิดหรือรับผิดน้อยลงได้ ทั้งหมดนี้ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
ความผิดทางอาญา ไม่ใช่แค่จ่ายเงินแล้วจบ
มาตรา 377 ปล่อยสัตว์ดุเที่ยวไปลำพัง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 377 กำหนดว่า คนที่ควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย แล้วปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปลำพังในลักษณะที่อาจทำอันตรายแก่คนหรือทรัพย์สิน มีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความลับที่หลายคนไม่รู้คือ มาตรานี้ ไม่ต้องรอให้มีคนโดนกัดก่อน แค่ปล่อยให้สัตว์ดุออกไปเพ่นพ่านในแบบที่อาจเป็นอันตราย ก็ผิดแล้ว ส่วนหมาตัวไหนจะนับเป็นสัตว์ดุ หรือไม่ ขึ้นกับนิสัยและพฤติกรรมของสัตว์ตัวนั้นเป็นรายกรณี หมาที่ชอบไล่กัดคนอยู่แล้วมีโอกาสสูงที่จะเข้าข่าย
ถ้ามีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โทษหนักขึ้น
ถ้าเจ้าของประมาทจนสัตว์ไปทำร้ายคน อาจโดนข้อหาเรื่องการกระทำโดยประมาทตามความรุนแรงของผล
- บาดเจ็บทั่วไป : มาตรา 390
- บาดเจ็บสาหัส : มาตรา 300 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- มีคนเสียชีวิต : มาตรา 291 โทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี
นอกจากนี้ยังอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ในส่วนหน้าที่ดูแลสัตว์ของเจ้าของด้วย
หมากับแมว กฎหมายมองต่างกันไหม?
ในทางแพ่ง ไม่ต่างกัน มาตรา 433 ใช้คำว่า สัตว์ ครอบคลุมทั้งหมาและแมว ถ้าแมวข่วนคนจนเป็นแผล หรือไปทำของบ้านอื่นพัง เจ้าของก็ต้องรับผิดเหมือนกัน
ที่ต่างคือในทางปฏิบัติ แมวมักไม่ถูกมองว่าเป็น สัตว์ดุ ตามมาตรา 377 เท่าหมาที่มีนิสัยดุ แต่อย่าชะล่าใจ แผลจากแมวข่วนหรือกัดก็ต้องไปพบแพทย์และอาจต้องฉีดวัคซีนเหมือนกัน ค่าใช้จ่ายก้อนนี้ยังเป็นของเจ้าของอยู่ดี
น้องไปกัดคนแล้ว เจ้าของควรทำอะไรทันที
- แยกสัตว์ออกมาให้ปลอดภัยก่อน ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
- ดูแลผู้บาดเจ็บ ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วพาไปพบแพทย์
- ยื่นประวัติวัคซีนพิษสุนัขบ้าของน้องให้ดู ช่วยให้แพทย์ประเมินการรักษาได้ และช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้นมาก
- แลกข้อมูลติดต่อกัน และพูดคุยอย่างใจเย็น อย่าปฏิเสธความรับผิดชอบแบบหัวชนฝา
- เก็บหลักฐานทุกอย่าง รูปถ่าย ใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ คลิปกล้องวงจรปิด
- ถ้ามีประกันสัตว์เลี้ยง แจ้งบริษัทประกันตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เพื่อเริ่มกระบวนการเคลม
ข้อควรรู้ : ผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ภายใน 1 ปี นับจากวันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องชดใช้ ดังนั้นเรื่องที่ไม่ได้เคลียร์ให้จบ อาจย้อนกลับมาได้
ประกันสัตว์เลี้ยงช่วยอะไรได้บ้าง? ตัวอย่างจาก TIP PET BUDDY
ประกันสัตว์เลี้ยงไม่ได้มีแค่ค่ารักษาน้องเวลาป่วย หลายแผนมีความคุ้มครอง ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งตรงกับปัญหาในบทความนี้พอดี ลองดูจาก TIP PET BUDDY ของทิพยประกันภัยเป็นตัวอย่าง
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เมื่อเจ้าตัวแสบไปก่อเรื่อง
- วงเงินรวมสูงสุด 10,000 บาท/ปี
- แบ่งเป็น ค่าบาดเจ็บทางร่างกาย 7,000 บาท และ ความเสียหายต่อทรัพย์สิน 3,000 บาท
เช่น น้องไปกัดคนข้างบ้านจนต้องไปหาหมอและฉีดวัคซีน หรือไปทำของคนอื่นเสียหาย ส่วนนี้ช่วยแบ่งเบาค่าชดใช้ได้ตามวงเงิน (เงื่อนไขการเคลมเป็นไปตามกรมธรรม์)
ค่ารักษาพยาบาลน้อง จ่ายครึ่งเดียว
- คุ้มครองทั้ง อุบัติเหตุและการเจ็บป่วยทั่วไป
- ระบบ Co-payment เจ้าของจ่าย 50% บริษัทช่วยจ่าย 50% ของค่ารักษาจริง
- วงเงินสูงสุดถึง 50,000 บาท ตามแผนที่เลือก (มีให้เลือก 5 แผน)
ข้อนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะเหตุที่น้องกัดคน หลายครั้งเกิดตอนน้องเองก็บาดเจ็บหรือตกใจ เช่น ทะเลาะกับหมาตัวอื่น ค่ารักษาน้องจึงมักมาพร้อมกัน
ค่าพิธีศพสัตว์เลี้ยง
- เงินช่วยเหลือค่าพิธีเผาหรือฝัง 1,000 บาท
เงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อนสมัคร
- รับสัตว์เลี้ยงอายุ 3 เดือน ถึง 7 ปี
- น้องต้องสุขภาพแข็งแรง ไม่พิการ ไม่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมาก่อนทำประกัน
- ต้องได้รับวัคซีนตามมาตรฐานอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนวันเริ่มคุ้มครอง (รวมวัคซีนพิษสุนัขบ้า ทั้งหมาและแมว)
- อุบัติเหตุคุ้มครองทันที ตั้งแต่วันแรก ส่วน การเจ็บป่วยทั่วไปมีระยะรอคอย 60 วัน
- ไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน โรคทางพันธุกรรม/ความผิดปกติแต่กำเนิด การเจ็บป่วยจากพยาธิ เห็บ หมัด ไร พยาธิหัวใจ และการรักษาที่ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน เช่น ตัดแต่งขน ขัดฟัน ตรวจสุขภาพประจำปี
- ต้องรักษาที่โรงพยาบาลหรือคลินิกสัตว์ที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย
- เบี้ยเริ่มต้น 2,550 บาทต่อปี ไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ต้องฝังไมโครชิป (ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ tipinsure.com)
วงเงินแค่นี้พอไหม? พูดกันตรงๆ
ถ้าเป็นเหตุทั่วไปอย่างโดนงับเป็นแผล ทำรองเท้าขาด หรือข่วนของเสียหาย วงเงินส่วนบุคคลภายนอกช่วยได้จริงและช่วยให้เคลียร์กับคู่กรณีได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเป็นเหตุใหญ่ที่ค่าเสียหายสูงกว่าวงเงิน ส่วนที่เกินเจ้าของยังต้องรับผิดชอบเอง ประกันจึงเป็นตัวช่วยแบ่งเบาไม่ใช่ใบอนุญาตให้ปล่อยปละละเลย การป้องกันยังสำคัญที่สุดเสมอ
FAQ คำถามที่คนเลี้ยงหมาแมวถามบ่อย
Q : หมากัดคน เจ้าของต้องรับผิดชอบไหม ถ้าไม่ได้อยู่ตอนเกิดเหตุ?
A : ต้องรับผิด มาตรา 433 ไม่ได้ดูว่าเจ้าของอยู่ด้วยหรือไม่ แต่ดูว่าเจ้าของดูแลอย่างระมัดระวังพอหรือเปล่า และภาระพิสูจน์อยู่ที่เจ้าของ
Q : ฝากหมาไว้ที่โรงแรมสัตว์เลี้ยง แล้วน้องไปกัดคน ใครรับผิด?
A : กฎหมายให้คนที่รับเลี้ยงรับดูแลแทนเจ้าของต้องรับผิดได้ด้วย ส่วนจะรับผิดฝ่ายเดียวหรือร่วมกับเจ้าของ ขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
Q : แมวข่วนคน เจ้าของต้องจ่ายค่าหมอไหม?
A : โดยหลักต้องจ่าย เพราะมาตรา 433 ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าดูแลอย่างระมัดระวังตามสมควรแล้ว หรือผู้เสียหายไปแหย่สัตว์เอง
Q : คนแปลกหน้าแหย่หมาจนโดนกัด เจ้าของยังผิดไหม?
A : อาจพ้นความรับผิดหรือรับผิดน้อยลงได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากการกระทำของผู้เสียหายเอง ควรเก็บหลักฐาน เช่น คลิปกล้องวงจรปิด หรือพยาน
Q : โดนหมาเพื่อนบ้านกัด เรียกค่าเสียหายได้ไหม?
A : ได้ เรียกค่ารักษา ค่าขาดรายได้ และค่าเสียหายอื่นที่เกิดขึ้นจริงตามมาตรา 433 และแจ้งความดำเนินคดีอาญาได้ถ้าเข้าข่าย ทั้งนี้สิทธิฟ้องทางแพ่งมีอายุความ 1 ปี นับจากวันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องชดใช้
Q : ประกันสัตว์เลี้ยงจ่ายแทนค่าเสียหายที่น้องไปทำคนอื่นได้ไหม?
A : ได้ ถ้าแผนนั้นมีความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก อย่าง TIP PET BUDDY ที่ให้วงเงินรวม 10,000 บาท/ปี (บาดเจ็บ 7,000 บาท + ทรัพย์สิน 3,000 บาท) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
Q : ซื้อประกันวันนี้ แล้วน้องกัดคนพรุ่งนี้ เคลมได้ไหม?
A : สำหรับ TIP PET BUDDY อุบัติเหตุคุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่กรมธรรม์มีผลบังคับ ส่วนการเจ็บป่วยทั่วไปมีระยะรอคอย 60 วัน สำหรับกรณีความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ควรสอบถามรายละเอียดกับบริษัทโดยตรงที่ 1736
การเลี้ยงหมาแมวคือความรักเต็มร้อย แต่ความรับผิดชอบก็มาเต็มร้อยเหมือนกัน TIP PET BUDDY ประกันภัยสัตว์เลี้ยงที่เข้าใจคนเลี้ยงมากที่สุด จ่ายครึ่งเดียว แต่ความอุ่นใจเต็มร้อย ดูแลทั้งค่ารักษาน้องเวลาป่วยหรือเจออุบัติเหตุ และช่วยรับมือเมื่อเจ้าตัวแสบไปก่อเรื่องกับคนอื่น
เช็กเบี้ยและเลือกแผนได้ที่ TIP PET BUDDY หรือโทร. 1736
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง