ลองนึกภาพว่ากำลังเที่ยวต่างประเทศอยู่ดีๆ แล้วจู่ๆ ก็ปวดท้องจนต้องเข้าโรงพยาบาล หรือลงเครื่องมาถึงแล้วแต่กระเป๋าไม่มาด้วย... เชื่อว่าหลายคนเจอสถานการณ์แบบนี้แล้วงงว่าต้องทำยังไงต่อ เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเก็บไว้ เคลมได้จริงไหม แล้วต้องรอนานแค่ไหนกว่าจะได้เงินคืน
ถ้ามีประกันเดินทางติดตัวอยู่ เรื่องพวกนี้จัดการได้ไม่ยาก แค่รู้ขั้นตอนและเตรียมเอกสารให้ถูกตั้งแต่ต้น TIPINSURE จะพาไปดูกันแบบละเอียดว่าเคลมประกันเดินทางต่างประเทศของทิพยประกันภัยในแต่ละกรณี ต้องทำอะไรบ้าง เตรียมเซฟหน้านี้เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้เลย
ก่อนอื่น มาดูกันว่าเหตุการณ์แบบไหนเคลมได้บ้าง
ประกันเดินทางต่างประเทศส่วนใหญ่ครอบคลุมเหตุการณ์หลักๆ ที่พบบ่อย ได้แก่
- ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินระหว่างทริป
- กระเป๋าเดินทางหรือทรัพย์สินสูญหาย/เสียหาย
- กระเป๋าเดินทางมาถึงล่าช้า
- เที่ยวบินล่าช้า
- เอกสารการเดินทางสูญหาย (เช่น พาสปอร์ต)
- ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก
- กรณีร้ายแรง เช่น เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร
แต่ละกรณีต้องเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน มาดูทีละเรื่องกันเลย
1. เจ็บป่วยฉุกเฉินต่างประเทศ ต้องทำอะไรก่อน
เคสนี้เป็นเคสที่คนกังวลมากที่สุด เพราะกลัวว่าจะต้องสำรองเงินก้อนใหญ่ไปก่อน จริงๆ แล้วมีสองแนวทาง
- โทรแจ้งก่อนเข้ารักษา : ถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือป่วยฉุกเฉินในต่างประเทศ ให้รีบโทรหา Dhipaya Hotline ที่เบอร์ (66) 02-039-5730 ทันที เจ้าหน้าที่จะช่วยประสานงานกับโรงพยาบาลในต่างประเทศให้ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเอง (ขึ้นอยู่กับวงเงินคุ้มครองตามกรมธรรม์ และเงื่อนไขของแต่ละโรงพยาบาล)
- ถ้าไม่ได้โทรแจ้งก่อน : สามารถสำรองจ่ายค่ารักษาไปก่อน แล้วเก็บใบเสร็จรับเงินและใบรับรองแพทย์ฉบับภาษาอังกฤษไว้ให้ครบ เพื่อนำมาขอเบิกคืนภายหลังได้
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มคือ บริษัทจะจ่ายเงินคืนเป็นสกุลเงินบาท โดยคำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เข้ารับการรักษา ไม่ใช่วันที่ยื่นเคลม เพราะฉะนั้นอย่าลืมถ่ายรูปใบเสร็จเก็บไว้ตั้งแต่วันแรกที่จ่ายเงิน
ขั้นตอนและเอกสารการเรียกร้องค่าสินไหม กรณีค่ารักษาพยาบาล
ทุกกรณีต้องเริ่มจากแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน A01-1 เป็นเอกสารหลักก่อนเสมอ จากนั้นเอกสารประกอบจะต่างกันไปตามประเภทเหตุการณ์ ดังนี้
- แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน A01-1
- สำเนาหน้าตารางกรมธรรม์
- E-Ticket หรือ Boarding Pass
- รายละเอียดเที่ยวบิน (Travel Itinerary) ทั้งเที่ยวบินต้นทางและปลายทาง พร้อมวันเวลาเดินทาง
- ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลฉบับจริงจากโรงพยาบาลทั้งหมด
- หลักฐานการชำระเงิน เช่น สลิปบัตรเครดิตหรือ statement
- ใบรับรองแพทย์ฉบับจริง
- ผล X-ray และประวัติการรักษา (ถ้ามี)
เอกสารกลุ่มนี้สามารถสแกนเป็น PDF ส่งตรวจสอบเบื้องต้นทางอีเมลของฝ่ายสินไหมได้ก่อน เพื่อความรวดเร็ว
2. กระเป๋าเดินทางดีเลย์ หรือกระเป๋าสูญหาย / เสียหาย
ลงเครื่องแล้วแต่กระเป๋าไม่มาตามนัด เสื้อผ้าของใช้ติดอยู่ในนั้นหมด! หากกรมธรรม์ของคุณมีแผนคุ้มครองสัมภาระล่าช้า (ส่วนใหญ่จะเริ่มคุ้มครองเมื่อล่าช้าเกินเวลาที่ระบุในสัญญา เช่น 6–8 ชั่วโมงขึ้นไป) ให้ปฏิบัติตามแนวทางนี้
- ห้ามเดินออกจากโซนรับสัมภาระเด็ดขาด : ให้รีบเดินไปที่เคาน์เตอร์ Lost & Found หรือ Baggage Service ของสายการบินที่บินมา
- แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดเคสติดตามกระเป๋า และขอเอกสารที่เรียกว่า Property Irregularity Report (PIR) หรือหนังสือยืนยันกระเป๋าล่าช้าจากสายการบิน
- หากจำเป็นต้องซื้อของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า หรือของจำเป็นระหว่างรอ ให้ เก็บใบเสร็จรับเงินฉบับจริง ของสินค้าทุกชิ้นเอาไว้
- เมื่อได้รับกระเป๋าส่งมอบ ให้บันทึกวันและเวลาที่ได้รับมอบกระเป๋าจริงไว้เป็นหลักฐาน
ขั้นตอนและเอกสารการเรียกร้องค่าสินไหม กรณีกระเป๋าเดินทางหรือทรัพย์สินสูญหาย/เสียหาย
- แบบฟอร์ม A01-1 หน้า 1-3
- เอกสารรับรองความเสียหาย (Property Irregularity Report) จากโรงแรม บริษัทขนส่ง หรือสายการบิน
- รายการทรัพย์สินที่เสียหาย ระบุยี่ห้อ รุ่น อายุการใช้งาน และราคา
- สำเนาใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อ (ถ้ามี)
- รูปถ่ายกระเป๋าหรือทรัพย์สินที่เสียหาย (แนบภาพถ่ายจุดที่ชำรุดเสียหาย และใบประเมินค่าซ่อมหรือใบเสร็จค่าซ่อมกระเป๋า)
- สำเนาหลักฐานการเดินทาง เช่น ตั๋วเครื่องบิน และหน้าพาสปอร์ตที่มีตราประทับเข้า-ออก
- สำเนาพาสปอร์ต และสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร
กรณีกระเป๋าเดินทางล่าช้า
- แบบฟอร์ม A01-1 หน้า 1-3 ระบุเวลาที่ถึงปลายทางและเวลาที่ได้รับกระเป๋าคืน
- เอกสารยืนยันความล่าช้าจากสายการบิน (PIR)
- ใบเสร็จต้นฉบับสำหรับซื้อเสื้อผ้าหรือของใช้จำเป็นระหว่างรอกระเป๋า ระบุรายการสินค้าให้ชัดเจน
- สำเนาหลักฐานการเดินทาง สำเนาพาสปอร์ต และสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร
3. เที่ยวบินล่าช้า (Flight Delay) หรือยกเลิกเที่ยวบิน
นั่งรอที่เกตจนเหงือกแห้ง ไฟลต์ดีเลย์ยาวนานเกินกว่าชั่วโมงที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หรือสายการบินประกาศยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากสภาพอากาศหรือเครื่องยนต์ขัดข้อง หากมีประกันเดินทางทิพยประกันภัย คุณจะได้รับค่าชดเชยตามเงื่อนไขแพ็กเกจที่เลือกไว้
สิ่งที่ต้องทำทันที
- ติดต่อเคาน์เตอร์สายการบินเพื่อขอ หนังสือรับรองเที่ยวบินล่าช้า (Delay Certificate) ซึ่งต้องระบุเที่ยวบิน, วันที่, จำนวนชั่วโมงที่ล่าช้า และสาเหตุอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
- เก็บ Boarding Pass ทั้งใบเดิมและใบใหม่ (กรณีถูกโอนย้ายไฟลต์) ไว้ให้ดี ห้ามทิ้ง
ขั้นตอนและเอกสารการเรียกร้องค่าสินไหม กรณีเที่ยวบินล่าช้า
- แบบฟอร์ม A01-1 หน้า 1-3 ระบุเลขที่ไฟลต์ สายการบิน และไทม์ไลน์ความล่าช้าโดยละเอียด
- หนังสือรับรองจากสายการบิน (Flight Delay / Cancellation Letter) : ระบุเหตุผลการล่าช้า วันเวลาเดิม และเวลาที่ได้เดินทางจริง
- สำเนาตั๋วเครื่องบินเดิม (E-Ticket) และ Boarding Pass
- ตั๋วเครื่องบินใบใหม่ หรือ Boarding Pass ของเที่ยวบินใหม่ที่ได้เดินทางจริง
- ใบเสร็จรับเงินค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือค่าเดินทางฉุกเฉิน (ในกรณีที่สายการบินไม่ได้จัดหาให้ และเงื่อนไขกรมธรรม์ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริง)
- สำเนาหนังสือเดินทาง และสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
ขั้นตอนและเอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหม
สถานที่และช่องทางการยื่นเอกสารเคลมสินไหม ทิพยประกันภัย
เมื่อเตรียมเอกสารครบเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ยื่นเรื่องภายใน 30 วัน นับจากวันที่เกิดเหตุหรือกลับถึงประเทศไทย โดยสามารถจัดส่งได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้:
- จัดส่งทางไปรษณีย์ / ยื่นด้วยตัวเอง:
ฝ่ายสินไหมประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล (ชั้น 15)
บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 1115 ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
- ติดต่อสอบถามและส่งเอกสารเบื้องต้น:
- อีเมลฝ่ายสินไหมสุขภาพและเดินทาง [email protected]
- LINE Official : @dhipayainsurance
- สายด่วนบริการลูกค้า ทิพยประกันภัย: 1736 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
(ข้อแนะนำ : สำหรับเคสค่ารักษาพยาบาล บริษัทจำเป็นต้องใช้ใบเสร็จและใบรับรองแพทย์ฉบับจริง ดังนั้นควรส่งทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนหรือ EMS เพื่อป้องกันเอกสารสูญหาย)
จุดที่คนมักพลาดบ่อยๆ ตอนเคลม
- เอกสารประกอบการพิจารณาต้องเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยเท่านั้น ถ้าเป็นภาษาอื่นต้องแปลก่อน
- ใบเสร็จรับเงินที่ใช้ประกอบการเคลมต้องเป็น ต้นฉบับ เท่านั้น ไม่ใช่สำเนา
- ถ้าผู้เอาประกันเป็นผู้เยาว์ ต้องเตรียมสำเนาสูติบัตร สำเนาบัตรประชาชนและสมุดบัญชีของบิดาหรือมารดาเพิ่มเติมด้วย
- ความคุ้มครองแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ทำไว้ ควรเช็กรายละเอียดของแผนตัวเองก่อนเดินทางทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเคลมประกันเดินทาง (FAQ)
Q : ลืมโทรแจ้งก่อนเข้ารักษาพยาบาล ยังเคลมได้ไหม?
A: ได้ แค่สำรองจ่ายไปก่อน แล้วเก็บใบเสร็จรับเงินฉบับจริงกับใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษไว้ให้ครบ นำมายื่นเบิกคืนภายหลังได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
Q: ถ้าสำรองจ่ายค่ารักษาไปก่อน ต้องยื่นเคลมภายในกี่วัน?
A: ตามเงื่อนไขมาตรฐาน แนะนำให้รวบรวมเอกสารและยื่นเคลมต่อบริษัทประกันภัยโดยเร็วที่สุด หรือภายใน 30 วัน นับจากวันที่กลับถึงประเทศไทย เพื่อให้การตรวจสอบประวัติการรักษาทำได้อย่างรวดเร็ว
Q: กระเป๋าไม่มา ต้องรอกี่วันถึงเคลมได้?
A: เกณฑ์ความล่าช้าที่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครองขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของแต่ละแผน สิ่งสำคัญคือต้องขอเอกสารยืนยันความล่าช้าจากสายการบิน (PIR) และเก็บใบเสร็จค่าซื้อของจำเป็นระหว่างรอกระเป๋าไว้ให้ครบ
Q: ลืมขอหนังสือรับรองไฟลต์ดีเลย์ที่สนามบิน ติดต่อขอย้อนหลังได้ไหม?
A: สามารถทำได้ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ทางการของสายการบินที่เดินทาง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเมนูสำหรับขอ "Flight Delay Certificate" หรือส่งอีเมลถึงฝ่ายบริการลูกค้าของสายการบินเพื่อขอเอกสารย้อนหลังได้
Q: เคลมประกันเดินทางใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะรู้ผล?
A: โดยทั่วไปใช้เวลาพิจารณาประมาณ 15 วันทำการ หลังจากบริษัทได้รับเอกสารครบถ้วนแล้ว
Q: ต้องส่งเอกสารตัวจริงทั้งหมดเลยไหม?
A: เบื้องต้นสามารถสแกนส่งทางอีเมลเพื่อตรวจสอบก่อนได้ แต่สุดท้ายต้องส่งเอกสารต้นฉบับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือ EMS ไปยังฝ่ายสินไหมของบริษัท
รู้ขั้นตอนแบบนี้แล้ว ต่อให้เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างทริป ก็ไม่ต้องตื่นตระหนก เตรียมเอกสารให้ถูก เคลมได้ไม่ยากอย่างที่คิด
วางแผนทริปครั้งต่อไป อย่าลืมเลือก ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ จากทิพยประกันภัย เบี้ยประกันเริ่มต้นเบาๆ แค่หลักร้อย แต่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน, อุบัติเหตุ, ชดเชยเที่ยวบินล่าช้า และดูแลสัมภาระสูญหาย สมัครง่ายผ่านระบบออนไลน์ คุ้มครองทันที พร้อมรับกรมธรรม์ทางอีเมล
ซื้อประกันเดินทางออนไลน์ได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมงที่ TIPINSURE.COM หรือ โทร. 1736
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง