ลดหย่อนภาษี เลือกวิธีไหนดี??

จำนวนผู้เข้าชม : 5
Tag:

ลดหย่อนภาษี  เลือกวิธีไหนดี??

เครียดสินะครับ กับคำว่าภาษีเนี่ย ฮ่าา

อย่าซีเรียสจนเกินไปฮะ วันนี้เรามาดูวิธีการลดหย่อนภาษีกัน ว่ามีแบบไหนบ้าง และอันไหนเหมาะกับเพื่อนๆที่สุด ไปดูกันเล้ย!

 

จริงๆการลดหย่อนภาษีเนี่ย มีหลายวิธีก็จริงนะฮะ แต่ผมอยากเตือนทุกคนให้ดูดีๆกันสักนิด เพราะบางวิธีอาจจะเป็นหลุมพรางทำให้เรามีรายจ่ายมากขึ้นกว่าเดิมอีก เมื่อเรารู้แล้ว ก็อย่าลืมกระโดดข้ามหลุมนั้นสะนะฮะทุกคน

 

รายได้เท่าไร ถึงต้องเสียภาษี??

คำถามยอดฮิตสำหรับมือใหม่หัดเสียภาษีนะครับ ผมก็ผ่านจุดนั้นมาก่อน ฮ่าา

เข้าเรื่องฮะ วิธีคำนวณคือ

 

รายได้ทั้งหมด - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

หากผลลัพธ์ไม่เกิน 150,000 บาท ใน 1 ปี ก็ถือว่ารอดตัวไปครับ ยังไม่ต้องเสียภาษี

 

หากเพื่อนๆมีรายได้จากเงินเดือนเพียงช่องทางเดียวแล้วละก็ สามารถดูได้เลยครับว่า ถ้าเงินเดือนไม่เกิน 26,584 บาท ก็ไม่ต้องเสียภาษีเช่นกันครับ

 

โครงสร้างภาษีในปัจจุบันเนี่ย ถูกกำหนดว่า ยิ่งเรามีรายได้มากเท่าไร เราก็ต้องเสียภาษีมากขึ้นเท่านั้นครับ (อัพเดตปี 2561)  แต่อย่าเพิ่ง cry ไป มาดูวิธีลดหย่อนมันสักหน่อยดีกว่าฮะ โกโกโก!

 

1. ลดหย่อนส่วนตัว

เพื่อนๆสามารถเช็คเงื่อนไขต่อไปนี้ได้ครับ!

  • หากบุพการี (คุณพ่อ-คุณแม่) มีอายุเกิน 60 ปี และมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท สามารถขอลดหย่อนภาษีได้คนละ 30,000 บาท
  • หากสมรสแล้ว และคู่สมรสไม่มีรายได้ ก็สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ถึงคนละ 60,000 บาท
  • หากมีบุตร ก็สามารถลดหย่อนเพิ่มได้อีกถึง 30,000 บาท (ค่าทำคลอดหรือฝากครรภ์ก็ยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีกด้วยนะครับ)

 

2. เทศกาลช่วยชาติ ลดหย่อนภาษี!

มาทุกปีฮะเทศกาลนี้ ทำคนอย่างเราๆอดใจไม่ไหว ในที่สุดก็มีข้ออ้างไว้ช้อปสักที! ฮ่าาา แต่โปรดคิดทบทวนให้ดีนะครับว่า สิ่งที่เราจะซื้อนั้นจำเป็นหรือไม่ จำเป็นแค่ไหน เพราะหากใช้จ่ายอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง อาจได้มีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้นแทนที่จะลดลง เนื่องจาก รายจ่ายที่ใช้ในช่วงโครงการสามารถลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดแค่ไม่เกิน 15,000 บาทเท่านั้นครับ

 

3. กองทุน LTF , RMF ลดหย่อนภาษี!

แน่นอนว่า กองทุนดังกล่าวต้องพ่วงเกี่ยวมาด้วยความเสี่ยง อย่างที่เขาว่ากันว่า “ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ควรตัดสินใจก่อนการลงทุน” นั่นแหละครับ

แต่ก็อย่างว่าแหละครับ การลงทุนก็สามารถนำมาซึ่งผลกำไรที่น่าปรารถนาได้ เรามีดูกันดีกว่าว่า กองทุนสองชนิดนี้ ช่วยลดภาษีได้อย่างไรกันบ้าง ตามมาดูฮะ

 

กองทุน LTF , RMF นั้นสามารถลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริงและสูงสุดไม่เกินจำนวน 500,000 บาทครับ แต่การลงทุนควรเช็คราคาให้ดี ซึ่งช่วงท้ายปีอาจมีการพุ่งสูงขึ้นของราคาได้ ฉะนั้น ถ้าไม่อยากขาดทุน หรือตกหลุมพรางนี้ละก็ ต้องคิดให้ถี่ถ้วนเลยครับ

 

4. ซื้อประกัน ลดหย่อนภาษี!

ประกันที่สามารถลดหย่อนภาษีได้มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทนะครับ นั่นก็คือ ประกันสุขภาพและประกันชีวิตนั่นเอง นอกจากจะได้รับการลดหย่อนภาษีแล้ว ยังสามารถได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์นั้นๆด้วยนะฮะ โดยเบี้ยประกันสุขภาพนั้นสามารถลดหย่อนได้ตามที่เบี้ยจ่ายจริง ได้สูงสุดถึง 15,000 บาท ส่วนเบี้ยประกันชีวิตก็ลดหย่อนได้สูงสุดถึง 100,000 บาทเลยทีเดียว นอกจากนี้ สำหรับเพื่อนๆที่ทำประกันให้กับครอบครัวของตนนะฮะ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีให้กับตัวเองได้ถึง 15,000 บาทครับ และยังมีประกันชีวิตแบบบำนาญด้วยนะฮะ โอโห ลดสุด คือสามารถใช้เบี้ยประกันลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่เกิน 200,000 บาทต่อปีอีกด้วยครับผม

 

รู้อย่างนี้แล้ว ก็เลือกวิธีการดูนะครับ แบบไหนเหมาะกับเราก็ลุยโลดดด!!

ด้วยรักและห่วงใยเสมอฮะ

ประกันสุขภาพ ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราได้ใช้ประโยชน์จริง!

ศึกษาความคุ้มครอง และ เลือกซื้อ ประกันสุขภาพ จากทิพยประกันภัยง่ายๆ คลิกเลย!!

 

ปล. กดติดตาม เพจ ทิพยประกันภัย แล้วคุณจะไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวบนโลกโซเชียล อินทุกกระแส ครับ 

บทความที่เกี่ยวข้อง