วิธีดูแลรถสีขาว ไม่ให้หมอง ทิ้งคราบเหลือง

จำนวนผู้เข้าชม : 3
Tag:

วิธีดูแลรถสีขาว ไม่ให้หมอง ทิ้งคราบเหลือง

     รถยนต์สีขาวเป็นหนึ่งสีสุดฮิตของเจ้าของรถส่วนใหญ่ในปัจจุบัน แต่รถสีขาวก็มีข้อเสียที่หลายคนคิดไม่ถึงเช่นกัน
ทั้งเวลาเกิดรอยอะไรก็แล้วแต่กับตัวรถจะสามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าสีอื่นและกินเข้าเนื้อได้ง่าย เวลาเกิดรอยที
สร้างความปวดใจจนปวดหัวกับเจ้าของรถ ฉะนั้นรถสีขาวจึงต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษ เพื่อให้สีรถไม่เกิดความหมอง,
รอยด่าง, คราบเหลือง จนทำให้ต้องเปลี่ยนสีรถไป จะมีวิธีไหนบ้างที่จะยืดอายุรถสีขาวให้เงางามอยู่เสมอ
วันนี้ TIP Lady มีคำตอบ

1. เลี่ยงการจอดตากแดดนานๆ
     รถสีขาวควรหลีกเลี่ยงการจอดรถในที่ที่มีแสงแดดจัด หากจำเป็นพยายามหาที่ร่มๆ ดูทิศทางของแสงแดด
ที่สามารถหลบเลี่ยงได้ (ห้ามใต้ต้นไม้) เพราะรถยนต์สีขาวหากโดนแดดจัด แดดจะเลียสีทำให้เกิดคราบหมอง
และกลายเป็นสีเหลืองได้เร็วกว่าสีอื่นๆ

2. หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้
     ต้นไม้ถือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนก สิ่งที่น่ากลัวตามมาคือ “ขี้นก” เมื่อตกใส่รถหลังคา, ตัวรถ จะเกาะติดแห้ง
หากไม่รีบขจัดคราบทิ้งด้วยการนำกระดาษจุ่มน้ำเปียกๆ จะทำให้สีรถเกิดรอยหมองได้ในที่สุด นอกจากขี้นกแล้ว
ยางของต้นไม้ที่อาจจะหล่น หรือหยดติดเหนียวแน่นกับผิวรถยนต์ จนฝังลึกและเมื่อเจอกับแดดแล้วยิ่งทำให้ติดแน่นกว่าเดิม
แถมทิ้งไว้นานๆ ไม่รีบล้างออกจะทำให้เป็นคราบฝังลึก มาทำความสะอาดทีหลังก็จะทำให้รถเกิดรอยด่างตรงจุดนั้นๆ
เห็นได้อย่างชัดเจน

3. ใช้ครีมลบรอย/น้ำยาเช็ดคราบ
     เมื่อเกิดรอยขึ้นอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ให้รีบใช้ครีมลบรอยหรือน้ำยาเช็คคราบรถยนต์ โดยเฉพาะทำความสะอาด
สิ่งสกปรกเหล่านั้นให้เร็วที่สุด อย่ารอทำตอนล้างรถ เพราะถ้าปล่อยไว้นานสิ่งสกปรกต่างๆ ก็จะยิ่งฝังลึกมากยิ่งขึ้น
จนกลายเป็นคราบเหลืองเกินแก้ไข

4. ล้างรถสัปดาห์ละครั้ง
     ควรล้างรถเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งและเลือกใช้น้ำยาล้างรถที่ได้มาตรฐาน หากใช้น้ำยาล้างรถ
ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้น้ำยาล้างจานอาจจะทำให้สารเคมีต่างๆ มาทำลายสีรถยนต์โดยไม่รู้ตัว รวมไปถึงฟองน้ำล้างรถ
ควรแยกฟองน้ำออกเป็น 2 ส่วน คือ ฟองน้ำสำหรับล้างตัวถังด้านบน และตัวถังด้านล่างและล้อ เพราะเนื่องจากด้านล่าง
ของรถจะมีความสกปรกมากกว่าทั้งคราบโคลน, เศษหิน กรวดเล็กๆ ที่มองไม่เห็น, คราบน้ำมัน การที่ใช้ฟองน้ำชิ้นเดียว
ล้างทั้งคัน จะทำให้คราบที่ติดมากับฟองน้ำทำรถสีขาวเกิดคราบจางๆ หรือรอยถลอกเล็กๆ บนตัวถังได้มากกว่ารถสีอื่น

5. หลังล้างรถทุกครั้งต้องเช็ดให้แห้ง
     หลังล้างทำความสะอาดอย่าปล่อยให้รถสีขาวแห้งเองโดยธรรมชาติ เพราะจะยิ่งทำให้คราบน้ำที่แห้งฝั่งแน่น
และเกิดรอยเม็ดน้ำด่างบนตัวรถได้ ส่วนผ้าที่ใช้เช็ดทำความสะอาดให้แห้งควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าชามัวร์
ที่มีประสิทธิภาพซับน้ำเช็ดรถเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยบนตัวรถและไม่ทิ้งคราบน้ำกวนใจ

6. เคลือบสีรถเดือนละ 1 ครั้ง
     ควรใช้น้ำยาเคลือบสีรถเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือเวลาไปล้างรถที่ร้านให้เลือกโปรแกรมล้างพร้อมเคลือบ
เดือนละครั้ง เพื่อช่วยให้ผิวรถมีฟิล์มบางๆ เคลือบ เพื่อช่วยชะลอการเกิดคราบเหลือง ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงน้ำยาเคลือบ
ที่มีส่วนผสมของ Carnauba เพราะเนื่องจากจะทำให้รถสีขาวกลายเป็นรถสีเหลืองเร็วกว่าปกติ

7. ลูบรถด้วยดินน้ำมัน
     “ดินน้ำมัน” ในที่นี้ต้องเป็นดินน้ำมันที่ไว้สำหรับลูบรถโดยเฉพาะ เพราะการลูบรถด้วยดินน้ำมันนี้จะช่วยดูดสิ่งสกปรกที่เกาะแน่น
ออกจากผิวรถ วิธีนี้นอกจากจะช่วยดึงคราบสกปรกที่ฝังอยู่แถมช่วยให้ผิวรถลื่นขึ้น เวลาลงแว็กซ์จะเงากว่าเดิมและติดทนนาน
วิธีนี้ควรทำ 1 ปีละประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อยืดอายุสีรถ

8.เคลือบแก้วรถยนต์
     การเคลือบแก้วเป็นวิธีที่ทำให้สีรถกลับมาเงางาม สีสวยสด แถมยังติดทนและป้องกันคราบสกปรกได้แต่มีข้อเสียคือราคา
ค่อยข้างสูงและหากเลือกใช้น้ำยาเคลือบแก้วที่ไม่เหมาะกับผิวรถคุณจะยิ่งทำให้ผิวรถเสียได้ง่าย วิธีควรทำโดยเฉพาะรถสีขาว
ที่เพิ่งออกใหม่ทำการเคลือบแก้วเลยจะดีที่สุดตั้งแต่วันออกรถแต่หากรถยนต์ที่ออกมาแล้วเกินกว่า 2 ปีวิธีนี้ไม่แนะนำ

     วิธีตามข้างต้นนอกจากดูแลรถสีขาวให้หมองช้าลง ไม่ให้เกิดคราบเหลืองเร็ววัน รถยนต์สีอื่นก็สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ได้
เพื่อดูแลสีรถให้อยู่กับผู้ใช้งานไปอีกนาน นอกจากการดูแลภายนอกรถแล้ว อย่าลืมดูแลรถของคุณ และคนขับอย่างตัวคุณเองด้วย
กับประกันภัยรถยนต์ที่เข้าใจคุณผู้หญิงที่สุด อย่าง TIP Lady นอกจากคุ้มครองเรื่องอุบัติเหตุแล้วยังคุ้มครองพิเศษถึง
ค่าศัลยกรรมจากอุบัติเหตุ, มีบริการเสริมพิเศษสำหรับคุณผู้หญิงอีกเพียบ สนใจดูรายละเอียดหรือสมัครง่ายๆ
ผ่านทางออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/2Q8U7jV